ดำหาชุดประดาน้ำ
โบยบินไปกับผีเสื้อ

วัลยา วิวัฒน์ศร
 

พิมพ์ครั้งแรก มติชนสุดสัปดาห์ จากวันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ถึง วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑

 
บันทึกของผู้เขียน

สารคดีเรื่อง 'ดำหาชุดประดาน้ำ โบยบินไปกับผีเสื้อ' เกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากการที่ผู้เขียนเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้พบผู้คนที่เกี่ยวข้องกับ ฌ็อง-โดมินิก โบบี้ ผู้แต่ง ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ ด้วยการเลิกเปลือกตาข้างซ้าย อีกทั้งได้ไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลที่เมืองแบร์ก ซึ่งโบบี้พักรักษาตัวในฐานะคนเป็นอัมพาตทั้งตัวนาน ๑๕ เดือน และได้แต่งหนังสือวิเศษเล่มดังกล่าวขณะอยู่โรงพยาบาลแห่งนั้น นอกจากนี้ผู้เขียนยังมีโอกาสตามสายตาของโบบี้ไปเกือบทุกหนทุกแห่งที่เขากล่าวถึงในหนังสือ

           ประสบการณ์ในการแปล ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ ทำให้ผู้เขียน (ซึ่งเป็นผู้แปล) กล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่า การทำงานแปลเป็นเรื่องสนุก สารคดีเบื้องหลังการแปลเล่มนี้ย่อมยืนยันความเป็นจริงในประโยคดังกล่าวแก่ผู้อ่าน 'ดำหาชุดประดาน้ำ โบยบินไปกับผีเสื้อ' เคยตีพิมพ์เป็นตอนลงในมติชนสุดสัปดาห์ จากวันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐ ถึง วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ส่วนบทนำชื่อ "วิญญาณในดวงตา" ตีพิมพ์ก่อนหน้าเมื่อวันอังคารที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ในการพิมพ์รวมเป็นภาคผนวกหนังสือ "คู่มือการแปล" ได้เรียงบทใหม่ เพื่อให้จบลงด้วยบทที่ชื่อ "ฌ็อง-โดมินิก โบบี้"




๑. บทนำ (วิญญาณในดวงตา)

ในไวยากรณ์ฝรั่งเศสมีคำว่า hapax แปลว่า หนึ่งเดียว ใช้สำหรับคำหรือรูปแบบที่ปรากฏเพียงครั้งเดียวในงานแต่งเรื่องหนึ่งหรือในช่วงเวลาหนึ่ง ในที่นี้ขอกำหนดคำแปล hapax ว่า เอกลักษณะ ในวงการประพันธ์ฝรั่งเศสปัจจุบัน ได้เกิดเอกลักษณะขึ้นแล้ว นั่นคือ ความเรียงชื่อ ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ (Le Scaphandre et le Papillon) ฌ็อง-โดมินิก โบบี้ ผู้แต่ง เป็นบรรณาธิการบริหารซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงของนิตยสาร ELLE เป็นพ่อของลูกสองคน เป็นที่รักของเพื่อนฝูง เป็นผู้มีสติปัญญาสูง โวหารเฉียบคมและรุ่มรวยอารมณ์ขัน

           ทว่าเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ ขณะขับรถ เส้นโลหิตเส้นหนึ่งในสมองเกิดแตก และขวางการควบคุมติดต่อจากสมองถึงอวัยวะอื่นๆ ในร่างทุกระบบ โบบี้ตกอยู่ในสภาพที่ทางการแพทย์เรียกว่า locked-in syndrome กล่าวคือเป็นอัมพาตทั้งตัว เขาเคลื่อนไหวคอและศีรษะได้เพียงเล็กน้อย และเลิกเปลือกตาข้างซ้ายได้

           เมื่อคืนสติหลังจากสลบไป ๒๐ วัน โบบี้ก็ค่อยๆ รับรู้สภาพของเขา ครั้นตระหนักว่าในร่างกายที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้นี้ ชีวิตและวิญญาณของเขายังคงอยู่ เขาจึงเลิกเปลือกตาซ้ายถี่ๆ เพื่อให้หมอและพยาบาลรู้ว่าเขายังเหมือนคนทั่วๆ ไปในด้านสติปัญญา และหมอก็ได้เข้าใจว่าคนเจ็บผู้นี้ไม่ใช่ "ตายซาก" แต่เป็น LIS (Locked-in syndrome) นั่นเป็นเหตุการณ์ในต้นเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๙

           นายแพทย์คริสติย็อง เดอ มาริกูรต์ เล่าว่าเขาได้พูดคุยกับโบบี้เพื่อทดสอบสภาพจิตใจ เขากล่าวแก่โบบี้ว่า ในฐานะที่เขาเป็นหมอดูแลคนเจ็บ LIS เขาเคยถามภรรยาของเขาว่า ถ้าหากเธอตกอยู่ในสภาพนี้ เธอจะทำอย่างไร ภรรยาของหมอตอบว่า "ถ้าฉันต้องเป็น LIS ก็เลิกรักษาเถอะ ปล่อยให้ฉันตายดีกว่า" แต่หมอตอบภรรยาไปว่า "ถ้าผมกลายเป็น LIS ผมยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ" หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของหมอ โบบี้เลิกเปลือกตาข้างซ้ายตอบอย่างง่ายๆ ว่า "ผมดีใจที่หมอพูดเรื่องนี้กับผม"

           ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ โบบี้เริ่มสื่อสารถึงเพื่อนๆ ด้วยการเขียนจดหมายเวียน เขียนด้วยการเลิกเปลือกตาข้างซ้ายของเขา

           จากจดหมายเวียน โบบี้ตกลงใจเขียนหนังสือเป็นเล่ม!

           ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ จึงเป็นเอกลักษณะทั้งสถานการณ์ของผู้แต่งและวิธีเขียน

           โบบี้เขียนหนังสืออย่างไร

           ก่อนหน้านี้ นักภาษาศาสตร์ฝรั่งเศสได้จัดทำชุดตัวอักษรเรียงตามความถี่ในการใช้ไว้แล้ว มีผู้ท่องชุดตัวอักษรดังกล่าว เมื่อถึงตัวที่ต้องการ โบบี้ก็จะเลิกเปลือกตา เลือกตัวอักษรนั้นไว้ แต่ละตัวรวมเป็นหนึ่งคำ เป็นหนึ่งประโยค หนึ่งย่อหน้า หนึ่งบท และ...หนึ่งเล่ม!!

           โบบี้จะต้องวางโครงเรื่องทั้งหมดในสมองของเขา แบ่งเป็นบทเป็นตอน ในแต่ละคืนเขาเลือกสรรคำ แก้ไขสำนวน เรียงประโยค เรียงย่อหน้า แล้วท่องจำไว้ เขาต้องท่องจำได้ทั้งหมด ก่อนที่จะให้เขียนตามคำบอกด้วยการเลิกเปลือกตา

           สำนักพิมพ์โรแบรต์ ลัฟฟงต์ ส่งบรรณาธิการต้นฉบับอิสระ ชื่อโกล๊ด ม็องดิบิล มาทำงานกับโบบี้ทุกบ่ายเป็นเวลา ๒ เดือนเต็ม ในช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ และตรวจแก้ไขร่วมกันอีก ๒ สัปดาห์ ในเดือนพฤศจิกายน หนังสือเล่มนี้หนา ๑๓๐ หน้า ประกอบด้วย ๒๙ บท รวมบทนำ

           บทที่ ๕ ชื่อว่า "ตัวอักษร" โบบี้กล่าวถึงพยัญชนะและสระที่นักภาษาศาสตร์จัดเรียงลำดับตามความถี่ในการใช้ ดังนี้

           E S A R I N T U L O M D P C F B V H G J Q Z Y X K W

           โบบี้เรียกตัวอักษรชุดนี้ว่า ชุด ESA ซึ่งทุกคนที่ต้องการสื่อสารกับเขาจะต้องรู้จัก เพื่อจะได้พูดคุยกันได้ในเวลาสั้นที่สุด ในความมืดยามกลางคืน เขามองเห็นตัวอักษรเหล่านี้เกี่ยวก้อยกัน เริงระบำข้ามห้อง หมุนตัวรอบๆ เตียง เรียงแถวอยู่บนหน้าต่าง เลี้ยวเลื้อยตามผนัง ไปจนถึงประตู แล้วก็เริ่มร่ายรำใหม่ เขาบรรยายว่า

"---ตัว E ลิงโลดนำขบวน ตัว W เกาะติดอยู่ข้างท้ายเพื่อไม่พลัดหลงกลุ่ม ตัว B หน้าบึ้ง เพราะถูกจัดให้อยู่ติดตัว V แล้วใครๆ ก็จำสับกันอยู่เสมอ ตัว J ผู้เย่อหยิ่ง ประหลาดใจที่อยู่เสียไกล ก็ในเมื่อเขาเป็นผู้เริ่มประโยคมากมาย ตัว G จอมอ้วน อารมณ์เสียเพราะถูกตัว H แย่งที่ และเนื่องจากใครๆ ก็ชอบพูดจากันอย่างสนิทสนม ตัว T กับ U จึงดีใจที่ได้อยู่ใกล้กัน---"

 
           แม้จะต้องเขียนโดยมีข้อจำกัดมากมาย แต่อารมณ์ขันของโบบี้ก็ยังไม่จางหาย อีกทั้งอารมณ์อ่อนไหวก็ยังอยู่ครบ ลองดูตัวอย่างจากบทที่ชื่อ "วันอาทิตย์"
"วันอาทิตย์ ผมได้แต่มองหนังสือที่เรียงรายอยู่บนขอบหน้าต่าง ทว่าห้องสมุดเล็กๆ แห่งนี้ดูไร้ประโยชน์ เพราะว่าวันนี้ไม่มีใครมาอ่านให้ผมฟัง เซเนก้า, โซล่า, ชาโต้บริยองด์, วาเลรี ลาร์โบด์อยู่ตรงนั้น แค่หนึ่งเมตร แต่โหดร้ายสำหรับผมยิ่งนักที่เข้าไม่ถึง แมลงวันดำปี๋ตัวหนึ่งบินมาเกาะจมูก ผมส่ายหัวเพื่อสะบัดมันออกไป มันก็ยังเกาะมั่น การแข่งขันมวยปล้ำสมัครเล่นในโอลิมปิคเกมส์ ก็ยังไม่ดุเดือดเท่า วันอาทิตย์นี่นะ"

 
           ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ เป็นทั้งนวนิยาย ความเรียง เรื่องเล่าสั้นๆ พูดถึงประสบการณ์จริงทั้งในอดีตและปัจจุบัน สรรพสิ่งในชีวิตและเรื่องในจินตนาการ สายตามองโลกอันเฉียบคม อารมณ์ขันซึ่งไม่เคยเหือดหาย รุ่มรวยด้วยถ้อยคำและโวหารเปรียบเทียบ ทำให้หนังสือเล่มนี่น่าอ่านยิ่งนัก กล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่า หากไม่รู้สถานการณ์ของผู้แต่ง ผู้อ่านหนังสือเล่มนี้จะคิดไม่ถึงเด็ดขาดว่าเป็นการเขียนด้วยการเลิกเปลือกตา ความชื่นชมในคุณค่าแห่งเนื้อหาและภาษาของหนังสือเล่มนี้จึงทวีเป็นสองเท่า ถ้าบอกว่าคนที่มีสุขภาพปกติเป็นผู้แต่ง หนังสือเล่มนี้ก็วิเศษยิ่งแล้ว เมื่อได้รู้วิธีการแต่ง ก็เลยยิ่งวิเศษใหญ่

           ผู้เขียนบทความขอยกคำวิจารณ์ของเอดมันด์ ไวท์ นักวิจารณ์ชาวอังกฤษ ซึ่งกล่าวถึงภาษาของหนังสือเล่มนี้อย่างตรงใจผู้เขียน

"ใช่เฮมมิ่งเวย์หรือไม่ที่กล่าวว่า ลีลาการเขียนภายใต้ความกดดันคือ ลีลาอันสูงส่ง ใครจะเป็นผู้กล่าวไว้ก็ตาม แต่ประโยคนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับหนังสือเยี่ยงวีรกรรมเล่มนี้ หนังสือซึ่งเกิดจากการเขียนคำบอกภายใต้สถานการณ์ยากลำบากเกินกว่าจะจินตนาการได้ แม้แต่ละคำจะต้องใช้พลังเหนือมนุษย์ของผู้แต่ง แต่ร้อยแก้วของเขาไม่ใช่ภาษาโทรเลขจากเตียงคนเจ็บ ทว่าภาษานั้นเบาด้วยอารมณ์ขัน ร่าเริงชวนสนุก แหลมคมเหมือนรสชาติของลูกแอ๊พริคอตที่ใช้ทำอาหาร อีกทั้งทรงพลังดุจก้าวย่างมั่นใจของหนุ่มน้อยที่นัดหมายกับสาวครั้งแรก อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคุณจะหลงรักชีวิตอีกครั้ง"

           โบบี้เปรียบตนเองเหมือนคนที่ต้องสวมชุดประดาน้ำครบเครื่อง เพื่อคงชีวิตอยู่ได้ใต้น้ำ ดวงตาข้างซ้ายของเขามิต่างจากส่วนที่เป็นครอบแก้วรอบศีรษะซึ่งมีระบบช่วยหายใจและไว้ใช้มอง ขณะที่เขาถูกจำกัดความเคลื่อนไหวอยู่ในชุดนี้ ความคิดของเขาได้โลดแล่นผ่านครอบแก้วออกไป คล้ายผีเสื้อโบยบินแสวงหาความหวานจากมวลดอกไม้มาแต่งเติมให้ชีวิต

           ในบทที่ชื่อ "ภาพถ่าย" โบบี้เล่าถึงพ่อวัย ๙๒ ปีของเขา เขาได้ไปเยี่ยมพ่อในสัปดาห์เดียวกัน "อุบัติเหตุ" ของเขา ได้โกนหนวดให้พ่อ ได้ดูภาพถ่ายของตนเองและของลูกสาวของตนซึ่งพ่อติดไว้ที่ฝาห้อง ภาพถ่ายของโบบี้เป็นภาพตอนเขาอายุ ๑๑ ขวบ อยู่บนสนามกอล์ฟเล็ก โบบี้เปรียบว่าในปัจจุบันตนเองกับพ่อไม่ต่างกัน ด้วยความชราพ่อไม่อาจลงจากชั้นสามของตึกได้ ต้องขังตนเองอยู่ในนั้น ตัวเขาก็อยู่ในเครื่องช่วยและต้องมีคนมาโกนหนวดให้เขา บางครั้งพ่อโทรศัพท์มาคุยด้วย "คงไม่เป็นเรื่องง่ายสำหรับพ่อที่จะต้องพูดกับลูกซึ่งเขารู้ดีว่าโต้ตอบเขาไม่ได้" พ่อส่งรูปถ่ายที่สนามกอล์ฟมาให้ ตอนแรกโบบี้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพ่อจึงส่งรูปนี้มา จนกระทั่งมีผู้พลิกให้เขาดูข้างหลังรูป มีข้อความเขียนไว้ว่า "แบร์ก-ซูร์-แมร์, เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๖"

           โบบี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประจำเมืองแบร์ก-ซูร์-แมร์ ทางเหนือของแคว้นนอร์ม็องดี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสำหรับคนเจ็บ LIS โดยเฉพาะ โรงพยาบาลนี้ตั้งอยู่ริมทะเล สมตามชื่อ ซึ่งแปลว่า แบร์กริมทะเล

           โบบี้เลือกที่จะเล่าถึงเหตุบังเอิญนี้ เขายังตั้งชื่อบทถัดมาว่า "เหตุบังเอิญอีกเรื่อง" ในบทนี้ เขากล่าวถึงโครงการเขียนนวนิยายของเขา โดยใช้โครงเรื่องการแก้แค้นเช่นเดียวกับในเรื่อง เคานต์แห่งมงเต-คริสโต ของอเล็กซ็องดร์ ดูมาส์ โบบี้ตั้งใจจะทำให้เป็นเรื่องสมัยใหม่ และให้ผู้ดำเนินการแก้แค้นเป็นผู้หญิง LIS ผู้แต่ง ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ เล่าว่า ในเรื่อง เคานต์แห่งมงเต-คริสโต นี้มีตัวละครตัวหนึ่ง ชื่อ นัวร์ติเยร์ เดอ วิลฟอรต์ ซึ่งมีสภาพมิต่างจากศพนั่งอยู่ในรถเข็น สื่อสารกับผู้คนด้วยการกะพริบตา หนึ่งครั้งหมายถึงการตอบรับ สองครั้งคือการปฏิเสธ ตัวละครตัวนี้นับว่าเป็น LIS ตัวแรกในวรรณคดี

"ผมไม่ได้มีเวลาทำสิ่งที่เป็นการ "หมิ่นเดชานุภาพ" นี้ แต่สำหรับการลงโทษ ผมอยากถูกสาปให้เป็นบารอนด็องกล้ารส์มากกว่า หรือเป็นฟร๊องตช์ เดปิเนย์ เป็นสมภารฟาริยา หรือลอกประโยคที่ว่า "เราไม่ควรล้อเล่นกับวรรณคดีเอกทั้งปวง" สักหมื่นครั้งยังดีกว่า แต่ทวยเทพแห่งวรรณคดีและแห่งประสาทวิทยาตัดสินโทษผมเป็นอย่างอื่น"

           ในบทที่ชื่อว่า "รอยนาคราช" โบบี้เล่าถึงเมื่อครั้งที่เขาไปเที่ยวทางภาคใต้ของฝรั่งเศสกับคู่รักชื่อ โฌเซฟีน และได้ไปถึงเมืองลูร์ดส์อันเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ทางคริสต์ศาสนา ตลอดการเดินทางโบบี้ติดหนังสือเล่มหนึ่งงอมแงม หนังสือเล่มนั้นชื่อ "รอยนาคราช" เล่าเรื่องของมหากูรูลูกครึ่งฝรั่งเศส-อินเดีย คนหนึ่ง โบบี้สนใจอ่านแต่หนังสือ ไม่ยอม "ชมนกชมไม้" สองข้างทาง จนต้องทะเลาะกับโฌเซฟีนซึ่งทำหน้าที่ขับรถตลอดทาง อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเมืองลูร์ดส์ โบบี้ยอมวาง "รอยนาคราช" ไว้ที่เบาะหลังของรถ หลังจากตระเวนหาที่พักอย่างยากลำบาก เขาก็ได้ห้องพักห้องหนึ่งเนื่องจากมีผู้ยกเลิกการจอง โบบี้สังเกตว่าลิฟต์ในตึกมีขนาดใหญ่กว่าปกติ และได้ตระหนักขณะอาบน้ำว่า ห้องพักและห้องน้ำมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับคนพิการ

           แน่ละ เมืองลูร์ดส์ต้อนรับผู้แสวงบุญจำนวนมากทุกปี และผู้แสวงบุญส่วนใหญ่เป็นคนพิการ ต่างหวังในปาฏิหาริย์ของพระแม่มารีย์ที่จะดลบันดาลให้พวกเขาหายจากโรคภัยไข้เจ็บ และอาการทุพพลภาพต่างๆ โฌเซฟีนลากโบบี้ไปคารวะพระแม่มารีย์ในถ้ำ ทว่าแถวอันยาวเหยียดของผู้คนและรถเข็นทำให้โบบี้ซึ่งมิได้มีศรัทธาปฏิเสธที่จะเข้าไป

           "ไม่เอาละ ผมไม่อยากรอคิวยาวขนาดนี้"
           "ไม่ได้" โฌเซฟีนไม่ยินยอม "ได้เข้าเฝ้าแม่พระน่ะเป็นสิ่งดีสำหรับคนไร้ศรัทธาอย่างคุณ"
           "ดีอย่างไร อันตรายด้วยซ้ำ คิดดูสิ คนสุขภาพดีๆ ไปถึงตอนแม่พระปรากฏกายพอดี เผื่อมีปาฏิหาริย์แล้วเขาเกิดกลายเป็นอัมพาตไปล่ะ"

           สิ่งที่เกิดขึ้นกับโบบี้ขณะเขามีอายุเพียง ๔๓ ปี คงทำให้เขาอยากหาเหตุผลให้แก่ตนเอง เหตุใดเขาจึงต้องกลายเป็น "ชุดประดาน้ำ" แม้จะเห็นว่าตนเองนั้นไม่ใช่คนพิการ ไม่ตายซาก แต่เป็น "สายพันธุ์ใหม่" ทว่าโบบี้คงตั้งคำถามกับตนเองเมื่อคิดทบทวนย้อนอดีตไป เขาต้องกลับมายังเมืองแบร์ก-ซูร์-แมร์ อีก ต่างอายุ ต่างสภาพ จากคนปกติเขามีสภาพเหมือนตัวละครในวรรณคดีเรื่องที่บันดาลใจให้เขาอยากเขียนเลียนแบบ แล้วคำพูดของเขาหน้าถ้ำพระแม่มารีย์ที่เมืองลูร์ดส์เล่า เป็นเหตุบังเอิญอีกด้วยหรือ

           ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ ของโบบี้ผู้มีวิญญาณในดวงตานี้ ออกวางตามร้านหนังสือเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ พิมพ์ครั้งแรกสองหมื่นห้าพันเล่มและขายหมดในพริบตาเดียว เนื่องจากคนฝรั่งเศสรู้เรื่องของโบบี้มาก่อนหน้านี้ และเฝ้ารอคอยงานประพันธ์ของเขาอย่างใจจดใจจ่อ สำนักพิมพ์ลัฟฟงต์ พิมพ์เพิ่มทันทีสามหมื่นเล่ม โบบี้ได้รับทราบจากสำนักพิมพ์ว่าหนังสือของเขาได้รับการต้อนรับอย่างไร

           ไม่อยากเขียนต่อไปเลยว่า สอง-สามวันหลังจากนั้น โบบี้ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลการ์ชส์ เพราะสภาพร่างกายเกิดอ่อนแอเฉียบพลันและระบบหายใจเริ่มล้มเหลว ครอบแก้วได้แตกกระจาย ชุดประดาน้ำได้ขาดวิ่นเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ขณะโบบี้อายุได้ ๔๕ ปี

           จากข้อมูลที่ได้ถึงวันที่ ๒๖ มีนาคม ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ ขายดีอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นเวลาสามสัปดาห์นับแต่หนังสือออกสู่ท้องตลาด และเข้าใจว่ายังคงติดอันดับหนึ่งมาตลอด เพราะยอดจำหน่ายสูงถึงสองแสนแปดหมื่นเล่มในกลางเดือนพฤษภาคม

           ก่อนหน้านี้มีสำนักพิมพ์จากประเทศต่างๆ ติดต่อขอลิขสิทธิ์แปลแล้วถึง ๒๐ ประเทศ ประเทศไทยเป็นลำดับที่ ๒๑ โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ เมื่อวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ นับเป็นลำดับที่ ๔ ในเอเซีย ต่อจาก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และจีน

           โบบี้จบเรื่องแต่งของเขาด้วยบทที่ชื่อว่า "คืนสู่การงาน" โกล๊ด ม็องดิบิล มาตรวจแก้ต้นฉบับกับโบบี้ ขณะเธอไปซื้อกาแฟ โบบี้มองดูในกระเป๋าสตางค์ใบน้อยของเธอที่รูดซิปเปิดไว้ เห็นกุญแจห้องในโรงแรม ตั๋วรถไฟใต้ดินและธนบัตรใบละร้อยฟรังค์พับสี่หนึ่งใบ เขามีความรู้สึกว่าวัตถุเหล่านี้เหมือนมาจากโลกอื่น มาสำรวจลักษณะที่อยู่อาศัย การขนส่งและการซื้อขายแลกเปลี่ยน แล้วโบบี้ก็ตั้งคำถามแก่ตนเองในประโยคจบเรื่องว่า

"ในจักรวาลนี้มีกุญแจสำหรับไขชุดประดาน้ำของผมไหมหนอ มีรถไฟใต้ดินสักสายซึ่งปราศจากสถานีปลายทางหรือไม่ มีเงินตราค่าสูงพอจะซื้อเสรีภาพของผมคืนมาบ้างไหม คงต้องไปแสวงหาที่อื่น ผมไปเดี๋ยวนี้แหละ"

           โบบี้ได้ไปแล้วจริงๆ ไปสู่เสรีภาพที่เขาแสวงหา เขาได้กล่าวคำอำลาผู้อ่านของเขาอย่างตระหนักรู้ใช่ไหม "ผมไปเดี๋ยวนี้แหละ"

           ความกล้าหาญ การไม่ยอมพ่ายแพ้หรือสิ้นหวังโดยง่าย คุณสมบัติเหล่านี้ของโบบี้แสดงให้เห็นแล้วว่า มนุษย์นั้นยิ่งใหญ่ได้เกินกว่าที่มนุษย์เองจะคาดถึง

           ฌ็อง-โดมินิก โบบี้คือตัวอย่างแก่ทุกผู้ทุกนาม ไม่ว่าผู้นั้นจะมีร่างกายสมบูรณ์หรือทุพพลภาพ ขอคารวะต่อบุรุษยิ่งใหญ่ผู้มีวิญญาณในดวงตาผู้นี้


< ตอนที่ ๑ > < ตอนที่ ๒ > < ตอนที่ ๓ > < ตอนที่ ๔ > < ตอนที่ ๕ >
 
< ตอนที่ ๖ > < ตอนที่ ๗ > < ตอนที่ ๘ > < ตอนที่ ๙ >
 
   
   
  กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญการแปล > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >