 |
|
|
| |
|
|
อะไรทำให้ประทับใจโต๊ะโตะจังมากจนคิดจะทำสำนักพิมพ์ |
|
| ผมพบว่านี่คือหนังสือเด็กที่แท้ หนังสือเด็กที่เขียนให้เด็กอ่าน แล้วในขณะเดียวกันผู้ใหญ่อ่านก็ต้องหัวเราะ อ่านแล้วอยากอ่านอีก เพราะคนที่มีลูกอยากรู้ว่าพฤติกรรมลูกตัวเองเป็นอย่างไร มันเป็นหนังสือที่น่ารักมาก ประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือตอนผมขอซื้อลิขสิทธิ์ คุณคุโรยานางิ เท็ตซึโกะ ผู้เขียนบอกว่าไม่ต้องมาให้เงินเขา เอาเงินไปให้ยูนิเซฟ ผมรู้สึกว่า เอ้อ อะไรดีๆ มันเกิดขึ้นได้ในวงการนี้นะ มันเชื่อมโยงถึงกันได้หมด พอรู้อย่างนั้นเราก็ทุ่มเททำอย่างดี แล้วจังหวะดี ทำออกไปขายดีมาก เดือนเดียวหมื่นเล่มหมด สมัยนั้นเยอะมาก ถึงขนาดมีคนมาขอซื้อที่สำนักพิมพ์ มีร้านค้ามาขอซื้อ ช่วง พ.ศ. ๒๕๒๗ ผมคิดว่าเป็นช่วงตื่นของวรรณกรรมเยาวชน |
 |
"เวลาผลิตหนังสือสักเล่ม เราต้องใช้กระดาษ ต้องโค่นต้นไม้ กลไกการเกิดของมันทำลายโลกด้วยสารพัดวิธี ลองไปดูดินที่ปลูกยูคาลิปตัส ดูฟ้า ดูอากาศว่ามันเปลี่ยนอย่างไร ดูรถบรรทุกที่แล่นขนส่งว่าทำลายอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นเราต้องดูแลให้ดีว่าผลิตหนังสืออกมาอย่างไร ให้มันมีประโยชน์ที่สุด คุ้มที่สุด อย่าให้มันเป็นขยะในรูปเล่มสวยงาม" |
|
| |
|
|
คุณมกุฏเคยอยากทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับหนังสือไหม |
|
| เคยคิดเป็นหมอ เพราะอยากฉีดยาเพื่อน ผมอยากดูแลรักษาผู้คน ตอนผมอายุหกขวบ ผมพกพลาสเตอร์ตลอดเวลาเลยนะ ใครหกล้ม ผมรีบวิ่งปรู๊ดเข้าไปแปะให้ ถือว่าได้ทำหน้าที่หมอแล้ว ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ากระบวนการทำหนังสือเป็นอย่างไร แต่เมื่ออายุสักเจ็ดขวบ รู้สึกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีหนังสือกอดนอนน่ะ มันมีความสุข หลับไปพร้อมกับหนังสือ พอผมอายุสิบขวบ ผมถูกส่งไปเรียนโรงเรียนมิชชั่นนารีที่จังหวัดสงขลา ผมอยู่โรงเรียนประจำ แต่อีกอย่างคือเราอยู่กับบาทหลวงฝรั่ง เราได้เรื่องดนตรีมา เราได้อ่านหนังสือ |
|
| ตอนผมเรียนอยู่ที่นั่น มันจะมีบอร์ดอยู่ตามเสา เขาเรียกว่าแมกกาซีนบอร์ด ใครจะเขียนอะไรไปแปะก็ได้ มีคนในห้องเรียน เขียนหนังสือด้วยลายมือแล้วเอามาเย็บเป็นเล่ม ส่งให้อ่านกัน มันเริ่มจากตอนนั้น |
|
| พอผมออกจากโรงเรียนประจำ กลับมาเรียนมัธยมฯ ที่อำเภอเทพา ผมเริ่มตั้งห้องสมุดของผม อายุสิบสาม ผมถามเพื่อนในจำนวนยี่สิบหกว่ามีใครอยากอ่านหนังสือบ้าง ทุกคนอยากอ่าน ขณะนั้นนิตยสารเริ่มมี อสท. ฉบับละสามบาท มีสกุลไทย แม่ศรีเรือน อะไรพวกนี้ ผมบอกว่าถ้าอยากอ่านเอาเดือนละบาท ผมเป็นต้นคิด ผมออกมากหน่อย รู้สึกจะห้าบาท เรารวบรวมเงินกันแล้วสั่งซื้อนิตยสารเหล่านี้ ครั้งแรกได้สามฉบับ |
|
| ของแบบนี้มันซึมซับเข้าไปโดยไม่ต้องสอนนะครับ และติดแน่นอยู่ในใจ ในความทรงจำ ในอุปนิสัย ขอให้เชื่อเถิดว่า ถ้าเราผลิตหนังสือดีๆ ให้เด็กอ่านให้เด็กเห็นตั้งแต่วัยเยาว์ เริ่มจากชั้นอนุบาลชั้นประถมหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อเขาโตขึ้น เด็กเหล่านี้จะมีรสนิยมเรื่องความงาม เรื่องศิลปะ ความประณีต ความละเอียดอ่อน แทบไม่ต้องสอนกันเลย |
|
| โรงเรียนเรายากจนมากนะ ห้องสมุดไม่มี มีแต่จอบเสียม เพราะต้องขุดดินขุดหญ้า เป็นโรงเรียนรุ่นบุกเบิก มีนักเรียนแค่สองห้อง ผมรื้อห้องที่เก็บจอบเสียมมุมหนึ่งแล้วทำชั้นวางหนังสือ ตัดไม้จากป่า เอาตะปูมาตอก เอาเชือกห้อยลงมาสองข้างแล้วเอาหนังสือไปวาง จากนั้นทุกคนก็มาเล็ง แต่ไม่มีใครกล้าหยิบไปอ่าน (หัวเราะ) |
|
| |
|
| |
|