 |
|
|
| |
|
| ** จุดเริ่มต้นคือต้องมีกฎหมาย รัฐบาลเขียนกฎหมายอะไรตั้งเยอะ แต่กฎหมายที่ว่าด้วยสติปัญญาของประชาชนกลับทำไม่ได้ อย่างสิงคโปร์ ร่างกฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาบังคับใช้แล้วทุกอย่างง่ายไปหมด เช่น หมู่บ้านจัดสรรต้องมีห้องสมุด ตึกใหญ่ต้องมีห้องสมุด ห้างสรรพสินค้าต้องมีห้องสมุด รัฐบาลไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ เพราะกฎหมายบังคับให้ต้องทำ ถ้าไม่มีกฎหมายรัฐบาลก็ต้องอ้าง อยากให้ฅนเข้าห้องสมุดก็เช่าที่แพงๆในศูนย์การค้าเพื่อทำห้องสมุด ถ้าเรามีกฎหมายทุกอย่างก็ง่ายนิดเดียว |
 |
** แหล่งความรู้พื้นฐานของฅนในชาติคือการอ่านหนังสือ ถ้าไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เราไปไหนไม่รอด ได้แต่เฮตามญี่ปุ่น เกาหลี นักเขียนไทยแทบขายหนังสือไม่ได้ ปีหนึ่งพิมพ์ ๓,๐๐๐ เล่ม จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ใครจะคิดออก มีฅนเดียวที่คิดออก
(หยุดนิดหนึ่ง)
พระเจ้า
บังเอิญพระเจ้างานเยอะ รัฐบาลจึงต้องทำ ท้ายที่สุดประเทศไทยอาจล้าหลังที่สุดในเอเซีย เพราะตอนนี้เวียดนามไปไกลว่าเราแล้ว พม่า เขมร ลาวก็กำลังพัฒนา |
|
** ผมปิดสำนักพิมพ์ ๒ ปี เพื่อทำเรื่องนี้เสนอรัฐบาล ประชุม สัมมนา เดินทางทั่วประเทศ โดยใช้เงินส่วนตัว กระทั่งร่างโครงสร้าง สถาบันหนังสือแห่งชาติ เสร็จและเสนอกฤษฎีกาเพื่อเป็นกฎหมาย แต่พอกฤษฎีกาออกมาจริงๆ กลับเป็นการตั้งสถานที่ ไม่ใช่ตั้งระบบ ทุกอย่างจบ หมดหนทางที่ผมจะไล่ตาม ก็กลับมาทำหน้าที่ในส่วนที่ตัวเองทำได้ |
|
** หลังการเสนอโครงสร้างนี้ล้มเหลว ผมต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำบอลลูนหัวใจ ผมหัวใจสลายด้วยความผิดหวัง เพราะผมหวังมากว่าต่อไปนี้ฅนไทยจะได้อ่านหนังสือมากขึ้น |
|
"แหล่งความรู้พื้นฐานของฅนในชาติคือการอ่านหนังสือ ถ้าไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เราไปไหนไม่รอด ได้แต่เฮตามญี่ปุ่น เกาหลี นักเขียนไทยแทบขายหนังสือไม่ได้ ปีหนึ่งพิมพ์ ๓,๐๐๐ เล่ม จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง" |
|
** การอ่านให้ทุกสิ่งที่เป็นตัวผม เพราะการอ่านหนังสือให้ความเป็นฅน ย่อประสบการณ์มาไว้ในไม่กี่ประโยค เพียง ๒-๓ ประโยคในหนังสือของท่านพุทธทาสอาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้ หนังสือทำให้ฉลาด ลึกซึ้ง ประณีต มากกว่าฉาบฉวย คือสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ |
|
** ความสุขในชีวิตของผมมาจากการทำหนังสือ ผมอยู่กับหนังสือ ๒๔ ชั่วโมง ผมจะเอาหนังสือที่พิมพ์เสร็จใหม่ๆ ไปนอนด้วยเล่มหนึ่ง เปิดอ่านหาสิ่งที่ไม่น่าพอใจ นอนคิดไปเรื่อยๆผมยังนึกไม่ออกว่าจะมีการงานอะไรที่วิเศษกว่านี้ |
|
** ต้นฉบับ 'ดอนกิโฆเต้ฯ' มีแต่กลิ่นเหงื่อของผม เพราะเอาไปนอนด้วยตลอด อ่าน ๑๒ รอบ บางบทอ่าน ๑๐๐ รอบ รู้เลยว่าทำงานครึ่งชีวิตเทียบได้กับการตรวจหนังสือเล่มนี้เล่มเดียว วิเศษถึงขนาดที่ถ้าผมเจอหนังสือเล่มนี้ก่อนหน้านี้ผมคงได้รู้อะไรอีกเยอะ ช่วยย่นระยะทางการเรียนของผมมากๆ เพราะหนังสือเล่มนี้บรรจุทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับวรรณกรรม เพราะฉะนั้น ถ้าอยากให้ฅนไทยรู้เรื่องวรรณกรรม ก็ควรให้ฅนของเราได้อ่านหนังสือเล่มนี้ |
|
| |
|
| |
|