นอนตายใต้ใบกล้วย
กับ ‘ใบกล้วย’ และ ‘ใบตอง’


บรรณาธิการฝึกหัด (เขียน)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



เมื่อวานซืน (คือ ๒ วันก่อน นับจากวันนี้) นั่งฟังบรรณาธิการ ๒ ฅนเถียงกัน

            บรรณาธิการฅนแรกเป็นผู้แปลด้วย กำลังแปลเรื่อง 'โต๊ะโตะจังกับโต๊ะโตะจังทั้งหลาย'
            บรรณาธิการผู้แปล ให้บรรณาธิการต้นฉบับแปลอ่านต้นฉบับแปล ตอนหนึ่ง มีความว่า
            "เวลามนุษย์ผู้ใหญ่ใกล้ตาย เขามักบ่นว่า เจ็บอย่างนั้นทรมานอย่างนี้ แต่เด็กๆจะไม่บ่นเลย เขาจะไว้วางใจผู้ใหญ่ และตายไปเงียบๆใต้ใบกล้วย"

            บรรณาธิการต้นฉบับถามว่า "ตายแล้วเอาใบกล้วยปิดหรือ"
            บรรณาธิการผู้แปลบอกว่า "นึกภาพไม่ออก" จึงไปเปิดดูฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้แปลเป็นฅนเดียวกันกับที่แปล โต๊ะโตะจังเด็กหญิงข้างหน้าต่าง ก็ปรากฏว่า ใช้ข้อความเดียวกัน คือ ใต้ใบกล้วย

            ปัญหาข้อแรกที่ถกเถียงกัน คือ
            คำไทยมี ๒ คำ เมื่อกล่าวถึงใบกล้วย หมายถึงใบกล้วยที่ตัดมาจากต้นกล้วย อีกคำหนึ่ง คือ ใบตอง
            "จะใช้คำไหน"

            "ใบตอง" พจนานุกรมให้ความหมายว่า คือ "ใบกล้วย"
            แต่คณะบรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อลงความเห็นว่า ควรใช้ในความหมายต่างกัน
            ด้วยเหตุผลว่า เมื่อมีคำต่างกันสำหรับสิ่งเดียวกัน ควรหาเหตุผลให้ได้ว่า ผู้บัญญัติศัพท์นั้นบัญญัติไว้ด้วยเหตุใด
            จึงพยายามอธิบายคำว่า 'ใบตอง' หมายถึงใบกล้วยที่ตัดเอาก้านตรงกลางใบออก ใช้สำหรับทำภาชนะใส่อาหาร หรือห่ออาหาร หรือใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง
            เมื่อกล่าวถึง 'ใบตอง' ทำให้นึกภาพออกว่า ไม่ใช่ใบกล้วยทั้งใบที่มีก้านกลาง แต่เป็นส่วนของใบกล้วยที่ม้วนได้ พับได้ เย็บกลัดได้
            ส่วนคำ 'ใบกล้วย' กับ 'ใบตอง' ก็ถกเถียงหาเหตุผลกันเป็นชั่วโมง

            คราวนี้ มาถึงการขยายความภาพ หรือแสดงภาพในภาษาเขียน

            หลักเกณฑ์ว่าด้วยการแปลนั้นกล่าวไว้ว่า ภาษาแปลต้องทำให้เกิดภาพแก่ผู้อ่านเสมือนภาษาต้นฉบับ
            บรรณาธิการทั้งสองฅนลงความเห็นว่า
            ต้นฉบับนั้นเขียนให้ผู้อ่านเข้าใจด้วยคำสั้นๆ แต่เฉพาะผู้ที่รู้จักสภาพของเหตุการณ์
            ฅนที่เคยเห็นภาพข่าว หรือสารคดีเกี่ยวกับประเทศในแอฟริกาเท่านั้นจึงจะนึกภาพออก
            "'---ตายไปเงี่ยบๆใต้ใบกล้วย'นั้น ปรากฏภาพอย่างไร" บรรณาธิการต้นฉบับถาม
            "น่าจะหมายถึงใต้ร่มเงาต้นกล้วย เพราะประเทศรวันดาปลูกกล้วยมาก" บรรณาธิการผู้แปลอธิบาย
 
   
     
 
 
 
 
 
   
   
            "ร่มเงา---หรือว่า เอาใบกล้วยมาปิดร่างไว้ก่อนตาย" บรรณาธิการต้นฉบับแปลตั้งข้อสังเกต
            "เออ---นั่นสิ แมลงวันเยอะเสียด้วย"
            "เก็บเอาไว้ถามคุโรยานางิก็แล้วกัน"

            คุณคุโรยานางิ เท็ตสึโกะ คือผู้เขียนเรื่อง โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง ขณะนี้พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และอาจจะเดินทางมาเปิดหน้าหนังสือแปลเรื่องนี้ในประเทศไทย

            แต่---การจะถามผู้เขียน เมื่อมีข้อสงสัยในการแปลนั้น ไม่อาจทำได้เสมอไป เพราะถ้าผู้แปลเสียชีวิตแล้ว ก็เป็นอันจบ
            ---อาจมีบรรณาธิการต้นฉบับบางฅน มีความสามารถพิเศษ นั่งทางในติดต่อวิญญาณผู้เขียนได้ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

            ปัญหาการแปลถ้อยคำเพียงประโยคเดียว สำหรับผู้อ่าน อาจไม่รู้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ได้เหมือนกันอย่างเช่นกรณีนี้
            เพราะบรรณาธิการต้นฉบับแปล กับผู้แปล ต่างพยายามหาข้อยุติให้ได้ว่า แท้จริงแล้วผู้เขียนต้องการให้ผู้อ่านเห็นภาพอะไรกันแน่
            ๑. ภาพเด็กที่ค่อยๆตายไปช้าๆใต้ร่มเงากอกล้วย ขณะแดดจ้า
            ๒. ภาพเด็กตายไปช้าๆ ใต้ใบกล้วยซึ่งมีฅนเอามาปิดร่างไว้

            ภาพที่ต่างกันทั้งสองภาพนั้นสำคัญมากนักหรือ จนถึงกับต้องเสียเวลานับชั่วโมง และเริ่มข้ามวัน
            บรรณาธิการต้นฉบับแปลตอบว่า
            "สำคัญมาก เพราะการจะบอกว่าเด็กตายอยู่ใต้กอกล้วย หรือมีใบกล้วยปิดร่าง ทำให้เราได้ภาพและความหมายอย่างอื่นอีก เช่น
            การเอาใบกล้วยปิดร่างก่อนตาย อาจสื่อถึงวัฒนธรรมของชาวแอฟริกาก็ได้
            และหากใช้ถ้อยคำผิดไปจากนั้น ก็จะทำให้ผู้อ่านรู้วัฒนธรรมผิดไปจากข้อเท็จจริง"

            คำแปลเพียงคำเดียว ที่ถูก หรือผิด หมายถึงสิ่งต่างๆ และสิ่งอื่นๆที่จะตามมาอีกมากมาย
            และแล้ว ไม่มีข้อยุติในวันนั้น

            แน่ละ การแปลจากภาษาอื่น(ซึ่งไม่ใช่ภาษาอังกฤษ)มาเป็นภาษาไทย ย่อมมีปัญหา แม้ผู้แปล(ภาษาญี่ปุ่น)จะอยู่กับภาษาที่หนึ่งนี้มาเกือบตลอดชีวิต จนฝันเป็นญี่ปุ่นพูดไทย
            แต่บางครั้งบางหนก็มีปัญหาที่ไม่คาดคิดเพิ่มขึ้นทีละอย่าง ทีละอย่าง
            เช่นกรณีที่กำลังแปลเรื่อง 'โต๊ะโตะจัง โต๊ะ โต๊ะโตะจังตาจิ' นี้ เป็นการแปลผลงานของผู้เขียนเรื่องโต๊ะโตะจังเด็กหญิงข้างหน้าต่างเล่มที่ ๓ แล้ว ๒ เล่มก่อน ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโต๊ะโตะจัง ผู้เขียนเรื่อง ทุกสิ่งเป็นญี่ปุ่น---แต่เล่มนี้ คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ เขียนด้วยภาษาญี่ปุ่นก็จริง แต่เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กๆแอฟริกา เรื่องราวเกิอดขึ้นในแอฟริกาและบาง ประเทศในเอเชีย
            การแปลจึงต้องระมัดระวังมากกว่า ๒ เล่มแรก เพราะแทบจะพูดได้ว่า ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย---และตอนนี้บรรณาธิการต้นฉบับแปล กับผู้แปลก็กำลังเถียงกันอยู่ว่า "นอนตายใต้ใบตอง" หรือ "นอนตายใต้ใบกล้วย"
            ---มันคืออะไร และ 'ใต้' นั้น ใต้ในระยะไหน
            ใต้ แบบมีใบกล้วยแนบหน้าแนบลำตัว
            หรือ ใต้ แบบอยู่ห่างกัน---

            และแล้ว---ผู้แปลเดินยิ้มแจ่มใสเข้ามาในสำนักงาน พลางพูดอารมณ์ดีว่า
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
            "ได้คำตอบแล้ว"
            "โทรศัพท์ไปหาโต๊ะโตะเหรอ"
            "เปล่า"
            "ถามทานุมะหรือไง"
            ทานุมะ หรือ ทาเกโยชิ ทานุมะ ช่างภาพประจำตัวของคุโรยานางิ เท็ตสึโกะ
            คงต้องเล่าถึงช่างภาพผู้นี้สักหน่อย เพราะเขาเป็นช่างภาพที่ทำงานร่วมกับโต๊ะโตะ มานานหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวด้วยกันทั้งคู่ จวบจนปัจจุบัน ทานุมะนั้นอายุ ๗๐ เศษ ส่วนโต๊ะโตะ ยังไม่เคยมีใครบอกได้ว่าเธออายุเท่าใด
            "ไม่ใช่---"
            "แล้วได้คำตอบจากไหน"
            "จากร้านทำผม"

            ได้คำตอบ 'เรื่องคำ' และ 'เรื่องการแปล' จากร้านทำผมปากซอย---ฟังดูน่าขำ
            แต่ก็นั่นแหละ กล่าวกันว่า วิชาชีพใดก็ตาม ล้วนเกี่ยวข้องกับการทำหนังสือทั้งสิ้น
            หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
            "การทำหนังสือ จำต้องพึ่งพาอาศัยผู้ฅนทุกอาชีพ พึ่งพาสรรพสิ่งทั้งมวลในโลกนี้"
            เมื่อมีปัญหา เราจึงต้องนึกถึงฅนนั้น ฅนนี้ ฅนโน้น อาจจะต้องเที่ยวไปหาสิ่งนั้น สิ่งนี้
            และคำตอบก็ใช่ว่าจะมีอยู่ ณ ที่เดียว หรือบุคคลเดียว
            ต่างไปจากอาชีพอื่น เช่น เมื่อใครเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปหาหมอ เวลาหิวก็ไปร้านอาหารภัตตาคาร อยากอ่านหนังสือก็เข้าร้านหนังสือ
            แต่สำหรับฅนทำหนังสือนั้น เมื่อเขามีปัญหาอยากได้คำตอบเรื่องใดก็ตาม ต้อง ไปหลายต่อหลายแห่ง

            ฉบับแปลภาษาอังกฤษ (จากภาษาญี่ปุ่น) เป็นดังนี้
            There is one thing I want you to remember :
            Adults die groanning, complaining of thair pain ,
            But children say nothing.
            They simply die silently, under the banana leaves,
            Trusting us adults.

            และต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น คือ

           
   
   
     
 
 
 
 
 
   
   
            ความคิดเห็นเรื่อง 'ใบตอง' กับ 'ใบกล้วย' ยังพูดคุยกันต่อไป ว่า
            ลองพิจารณาการใช้งาน และสังคมวัฒนธรรมของผู้ฅนที่ใช้วัสดุธรรมชาตินี้ ใบต้องนั้นใช้แม้ในรั้วในวัง ใช้ทำบายศรี ทำอะไรต่อมิอะไรที่เป็นเครื่องประกอบราชพิธี และพิธีต่างๆ เป็นไปได้ไหมว่า คำว่า 'ใบตอง' เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุนี้
            ส่วน 'ใบกล้วย' นั้นคือธรรมชาติแท้ๆ อยู่บนต้นก็ใบกล้วย ตัดลงมายังไม่แต่งให้สะอาดเรียบร้อยดี ก็เรียก 'ใบกล้วย' นำทั้งใบมาใช้รองเนื้อสัตว์เครื่องในสัต์ที่เพิ่งล้ม ก็เรียก 'ใบกล้วย'
            จนกว่าจะพิถีพิถันเจียนให้ได้รูปใช้งานสะดวก จึงจะเรียก 'ใบตอง'
            อย่างนี้หรือเปล่า คือการแยกความหมายของคำ
            แม้เป็นสิ่งเดียวกัน แต่ตกแต่งให้ดีขึ้นเรียกอย่างหนึ่ง
            เป็นธรรมชาติดิบๆ ก็เรียกอีกอย่างหน้ง
            หรือหากในปัจจุบันนี้ยังใช้ในความหมายเดียวกันอยู่ คือ ใครจะเรียก 'ใบกล้วย' ก็หมายถึง 'ใบตอง' ยามเมื่อเรียก 'ใบตอง' ก็หมายถึง 'ใบกล้วย'
            ก็ลองพัฒนาภาษาเสียใหม่ ให้เกิดการใช้คำอย่างมีประโยชน์ เกิดสิ่งซึ่งเรียกว่าความหลากหลาย เป็นวิวัฒนาการทางภาษา จะได้หรือไม่

            การแปลประโยคนี้ บรรณาธิการต้นฉบับแปลของผีเสื้อ ใช้เป็นตัวอย่างการสอนสำหรับบรรณาธิการฝึกหัด เพื่อจะเรียนรู้ในหัวข้อต่างๆ เช่น
            ๑.ความหมายของคำ
            ๒. ภาพที่เกิดจากคำในประโยค : บรรณาธิการต้นฉบับแปล พยายามอธิบายว่า
            "เมื่ออ่านประโยคใดก็ตาม ภาพที่เกิดขึ้นจะต้องสอดคล้องกับประโยคนั้น ในกรณีของประโยคที่ยกมานี้ ทำให้เกิดคำถาม เพราะภาพที่เกิดขึ้นคลุมเครือ"
            ๓. ข้อเท็จจริง ในบริบทของการแปล : บรรณาธิการต้นฉบับควรจะตั้งข้อสังเกตให้ไกลไปกว่าเฉพาะภาษาในเรื่อง หรือถ้อยคำที่ปรากฏในเรื่อง ต้องตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัยให้ มากกว่าผู้แปล
            เช่น ประโยคว่า "นอนตายใต้ใบกล้วย" ที่บอกว่าใต้ใบกล้วยนั้น ใต้อย่างไร ผู้แปลอาจจะผ่านไป ไม่ฉุกคิดอะไรมาก แต่บรรณาธิการต้นฉบับแปลต้องคิด
            คำว่า 'ใต้' มี 'ระยะ' ต่างกันได้มาก
            ตั้งแต่ใต้ชนิดแนบผิวเนื้อ แนบร่าง
            ใบกล้วยอยู่สูงขึ้นไป ๑ ศอก ฅนที่อยู่ข้างล่างก็เรียกว่า "ใต้ใบกล้วย"
            สูงขึ้นไป ๆ ๆ กว่านั้นอีก ฅนที่อยู่ข้างล่างก็เรียกว่า "ใต้ใบกล้วย" เหมือนกัน
            รวมทั้ง 'ใบกล้วยที่ตัดจากต้นแล้ว' และ 'ใบกล้วยที่อยู่ติดต้น'

            ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ บรรณาธิการตัวจริงอธิบายว่า
            "นี่คือในแง่มุมของบรรณาธิการต้นฉบับแปล ไม่ได้พูดในฐานะนักแปล"

            คราวนี้ มีคำถามว่า
            "ก็ถ้าเป็นเช่นนั้น มีคำใดบ้างไหมที่จะช่วยบอกระยะทางของคำว่า ใต้ ให้ผู้อ่านเห็นชัดขึ้นว่า 'ใต้' ในระยะใด มากหรือน้อย"

            เมื่อวานนี้ ไปเยี่ยมคุณยายที่รู้จักกัน นั่งคุยโน่นคุยนี่ คุณยายบอกหลานว่า
            "นี่ แม่สม ไปตัดใบกล้วยให้ยายหน่อย เลือกเอาที่ยังอ่อนๆนะ---แล้วก็หยิบพับใบตองในครัวมาให้ยายด้วย"
            แจ่มชัดดีสำหรับการใช้ 'ใบตอง' และ 'ใบกล้วย' ของชาวบ้านที่อยู่กับสิ่งเหล่านั้นมาตลอดชีวิต
   
   
     
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   
            และแล้วก็ถึงเวลาเฉลยคำตอบ ที่ผู้แปลได้มาจากร้านทำผมปากซอย ร้านทำผมนั้นเป็นร้านที่มีลูกค้าชาวญี่ปุ่นมาก จึงบริการด้วยนิตยสารภาษาญี่ปุ่น และฉบับหนึ่งในจำนวนมากหลายคือ SHUKAN ASAHI หรือ อาซาฮี รายสัปดาห์ เป็นนิตยสารทำนองเดียวกันกับ มติชนรายสัปดาห์ หรือ เนชั่นสุดสัปดาห์ ซึ่งจัดทำโดยหนังสือพิมพ์อาซาฮี ประกอบด้วยบทความ ข่าวสาร ความรู้ บันเทิง บทวิจารณ์ การศึกษา ฯลฯ
            ในนิตยสารอาซาฮี รายสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๑๔ มีนาคม ค.ศ.๒๐๐๘ ปรากฏภาพเหตุการณ์ในแอฟริกา และมุมขวาบนของภาพคือคำตอบของข้อสงสัยที่ว่า 'นอนตายใต้ใบกล้วย' นั้น มีสภาพอย่างไร






            นั่นคือ "ถ้าจะแปลโดยยึดคำอย่างเคร่งครัด ก็ใช้คำว่า ‘นอนตายใต้ใบกล้วย’ แต่ต้องทำอธิบายคำ หรือหากจะอธิบายอย่างขยายคำเพื่อให้เข้าใจ(ไม่ใช่ขยายความ) ก็คือ ‘นอนตายใต้เพิงมุงใบกล้วย’" บรรณาธิการผู้แปลอธิบาย

            "การแปลหนังสือไม่ใช่เรื่องง่าย และการตรวจแก้ต้นฉบับก็ไม่ใช่ง่ายๆ แต่ทั้งการแปลและตรวจแก้ต้นฉบับ เป็นเรื่องสนุก มีความสุขทุกขณะจิตที่ค้นพบสิ่งซึ่งต้องสงสัย มีความสุขในการค้นหาคำตอบ" บรรณาธิการต้นฉบับตัวจริงบอก

            การถกเถียงนี้ สิ้นสุดเพียงข้อยุติว่า "นอนตายใต้เพิงมุงใบกล้วย" แต่ในส่วนอื่นๆของประโยค ยังจะต้องพิจารณาต่อไป


(๑๔ เมษายน - ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑)
     
     
  กลับไปสารบัญหลัก > กลับไปสารบัญตรวจแก้ต้นฉบับ > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >