ช่วยกันเลือกอ่านหนังสือดี นับว่าช่วยชาติอีกทางหนึ่ง
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > หมวดหมู่หนังสือ > ปิน็อกกีโอ
 
 
   
 
  ปิน็อกกีโอ   
PINOCCHIO : CARLO COLLODI
เขียน :  การ์โล กอลโลดี    แปล :  กมลเดช สงวนแก้ว
บรรณาธิการต้นฉบับ :  ผกาวดี อุตตโมทย์
ภาพปก :  อภิชัย วิจิตรปิยะกุล    ภาพประกอบ :  เอนริโก มัซซานติ
  พิมพ์ครั้งที่ :  ๒ (มิถุนายน ๒๕๔๒)   ปกอ่อน
  ๒๘๐ หน้า    น้ำหนัก :  ๒๔๐.๐๐ กรัม    ขนาด :  ๑๓ x ๑๘.๕ x ๑.๓ ซ.ม.
ภาษาต้นฉบับพิมพ์ครั้งแรก :  ค.ศ. ๑๘๘๓   
  สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรก :  สิงหาคม ๒๕๔๐    ครั้งล่าสุด :  ๒๕๔๒
ภาษาต้นฉบับ :  อิตาลี    ภาษาที่แปลมา :  อิตาลี    กลุ่มผู้อ่าน :  ประถมต้น - ผู้ใหญ่
  ISBN :  974-14-0080-2    ราคา :  ๑๖๙.๐๐ บาท
  บทความเกี่ยวข้อง :: ทดลองอ่าน
   
 
  ไม่มีหนังสือเล่มนี้ขายบนเว็บไซต์
   
     
ฉบับแปลภาษาไทย ได้รับรางวัล Italian Government Literary Prize เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

ถึงวันนี้ 'ปิน็อกกีโอ' หุ่นไม้จอมซนจอมโกหกจนจมูกยาวแล้วยาวอีกก็มีอายุ ๑๑๖ ปีเต็มแล้ว หลังจากแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๔ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
          ตอนเปิดเรื่องยังไม่มีปิน็อกกีโอ มีแต่ท่อนไม้ที่ร้องไห้และหัวเราะได้เหมือนเด็กๆ ทั้งยังช่างพูดและชอบแกล้งฅน จวบจนมันถูกนำไปทำเป็นหุ่น ก็ยังคงนิสัยเดิมไม่ผิดเพี้ยน แถมด้วยความซุกซนในระดับน่าตีเป็นอย่างยิ่ง
          ปิน็อกกีโอนิสัยไม่ดี ชอบโกหก ทั้งที่จมูกยาวทุกครั้งที่พูดปด ก็ยังไม่ยอมเข็ด ชอบแกล้งฅนอื่น คบเพื่อนเลว ขี้เกียจ ทำทุกอย่างที่เด็กเกเรซุกซนทั่วไปทำ ข้อนี้เป็นเพราะผู้เขียน เขียนถึงเด็กตามที่เป็นจริง ไม่ใช่เด็กดีหรือเลวเกินไป แต่เป็นเด็กที่ซุกซนตามธรรมชาติ มีทั้งข้อบกพร่องและส่วนดีปะปนกันไป---และในที่สุด หลังจากผ่านประสบการณ์ต่างๆ นานามามากจากการผจญภัย ปิน็อกกีโอก็เรียนรู้ที่จะกลับตัวกลับใจรู้จักที่จะพัฒนาตนเอง รู้จักคิด มีสำนึก และเป็นเด็กดี
          นอกจากจะเป็นการปลูกฝังความคิดรับผิดชอบ การเป็นฅนซื่อตรงและเป็นฅนดีแก่เด็กแล้ว 'ปิน็อกกีโอ' ยังซ่อนนัยวิจารณ์เสียดสีสังคมและนักการเมืองไว้อย่างน่าสนใจและเจ็บแสบเลยทีเดียว อ่านไปเห็นภาพไป ดูคลับคล้ายคลับคลากับฅนแถวบ้านเมืองเรายังไงก็ไม่รู้---

                                        จากคอลัมน์ : มุมนักอ่าน โดย พี่ใจแจ่ม
                                        หนังสือพิมพ์ข่าวสด

* * *

พื้นฐานดั้งเดิมของการ์โล กอลโลดีคือ นักเขียน นักวิจารณ์การเมืองเสียดสีสังคม สำนวนโวหารเฉียบคมและเจ็บแสบสำหรับผู้ถูกกล่าวถึง การที่เขาเขียนเรื่องปิน็อกกีโอก็ด้วยเหตุผลสองประการคือ เพื่อปลูกฝังความรับผิดชอบ การเป็นฅนซื่อตรง และเป็น 'ฅนดี'แก่เด็กๆ โดยเห็นว่า หากปูพื้นฐานความคิดทางสังคมที่ดีที่ถูกต้องแก่เด็กตั้งแต่วัยเยาว์ จะช่วยให้พวกเขาเติบโตเป็นพลเมืองดีที่มีคุณภาพของประเทศชาติในอนาคต เป็นบุคคลที่เข้าใจการเมือง และรู้จักรับผิดชอบตนเองและสังคมส่วนรวม อีกประการหนึ่ง ก็ด้วยเหตุที่สถานการณ์(ในอิตาลี)ขณะนั้น(ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๕ ของไทย)ไม่เอื้อให้เขียนเรื่องอย่างตรงไปตรงมา จึงต้องอาศัยนิทานหรือเรื่องสำหรับเด็กเป็นฉากบังหน้า แต่เขียนซ่อนนัยวิจารณ์สังคมอย่างน่าสนใจ
          เรื่องปิน็อกกีโอ จึงกลายเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่สามารถอ่านได้ทุกวัย ซึ่งในยุคนั้นดูเหมือนผู้ใหญ่จะรู้สึกสนุกในการอ่านมากกว่าเด็กๆ เพราะพฤติกรรมถ้อยคำของตัวละครชวนให้นึกถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่งสำคัญของประเทศ หรือบรรดาข้าราชการได้ไม่ยากเช่นกัน
          สำหรับผู้เขียน เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบลงเห็นว่า ไม่ใช่ยุคนั้นเพียงยุคเดียวดอกที่รู้สึกสนุกในการอ่าน ยุคปัจจุบันนี่แหละยิ่งรู้สึกสนุก
          ลองนึกภาพดู ถ้านายกรัฐมนตรี หรือ ฯพณฯ ส.ส.เป็นเหมือนปิน็อกกีโอ คือจมูกจะยาวขึ้นๆ เมื่อพูดโกหกขณะที่มีการประชุมสภา คงเป็นภาพพิลึกกึกกือที่บรรดาท่านผู้มีเกียรติมีจมูกงอกยาวออกมาแข่งกันครึ่งค่อนสภาเป็นแน่---น่าเสียดายโลกแห่งความเป็นจริงเราไม่มีปรอทหรือเครื่องวัดที่ทำให้รู้ว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ---

                                        จากคอลัมน์ ร่มรื่นในเงาคิด โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
                                        หนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์
                                        วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐

* * *

การผจญภัยของปิน็อกกีโอจอมดื้อและโกหกเริ่มจากหนีไปดูละครหุ่นแล้วได้เงินห้าเหรียญทอง ผจญกับหมาจิ้งจอกและแมวแสนร้ายที่พยายามชิงเหรียญทองจากปิน็อกกีโอ พบกับจิ้งหรีดใจบุญ เทพธิดาใจดี ถูกติดคุกเป็นหมาเฝ้าเล้าไก่ เป็นฬาตัวน้อยผจญกับงูยักษ์ แล้วเข้าไปอยู่ในท้องปลาฉลามจนเจอพ่อเจ๊ปเปตโตแล้วหนีมาตั้งต้นใหม่ ปิน็อกกีโอเปลี่ยนแปลงตัวใหม่ทำงานเลี้ยงพ่อ ผลสุดท้ายจากความดีที่ทำ ปิน็อกกีโอกลายเป็นเด็กชายโดยสมบูรณ์ ไม่เป็นหุ่นไม้น้อยตัวเดิม แล้วครอบครัวก็มีความสุข
          'เด็กดื้อไม่มีวันได้ดี เด็กดีต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ ต้องเอาใจใส่ต่อการเรียนและการงาน ไม่เกียจคร้าน พูดแต่ความจริงและไปโรงเรียนด้วยความเต็มใจ' เป็นคำเตือนใจจากปิน็อกกีโอ

                                        จากคอลัมน์ : ชวนน้องอ่านหนังสือ โดย พี่ตุ๊ดตู่
                                        หนังสือพิมพ์มติชน
                                        วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐

* * *

เราหลายคนคงรู้จัก ปิน็อกกีโอ เป็นอย่างดี และคิดภาพได้ถึงหุ่นไม้ที่จมูกยาวเมื่อกล่าวคำโกหก แต่จะมีสักกี่คนที่ได้อ่านหนังสือเรื่องราวของหุ่นไม้นี้ในฉบับเต็ม ที่มีรายละเอียดมากกว่าฉบับการ์ตูนที่เราเคยเห็น เรื่องนี้เป็นเรื่องคลาสสิกจนถึงทุกวันนี้ ด้วยว่าตีความได้หลายแบบ และเราอาจแปลกใจเมื่อรู้ว่าเรื่องราวฉบับเต็มนี้ ไม่ได้เป็นดังฉบับการ์ตูนดิสนีย์แม้แต่น้อย 
          ปิน็อกกีโอเป็นท่อนไม้ที่มีชีวิต ช่างไม้ที่ยากจนคนหนึ่งนำท่อนไม้นี้มาสร้างเป็นหุ่นกระบอก แต่ทันทีที่ปิน็อกกีโอเริ่มเป็นตัวเป็นตน เขาก็ซุกซนและดื้อรั้นในทันที หุ่นไม้ออกเที่ยวเล่นตามใจ จนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ แก่ตัวและแก่ช่างไม้ที่เป็นพ่อของเขามากมาย แต่ในที่สุด เมื่อปิน็อกกีโอเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและดำรงอยู่ในความดีงาม เขาก็กลายเป็นมนุษย์ 
          เรื่องราวนี้จึงเป็นเรื่องของการเติบโต การฝ่าฟันอุปสรรค และเรียนรู้ที่จะเป็นคนดี โดยเฉพาะเป็นเรื่องการเติบโตอย่างยากจนข้นแค้นในอิตาลี บทเรียนสอนใจในเรื่องบอกเราว่าคนจนที่เกียจคร้านและรักสนุก จะต้องจบลงด้วยการถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกใช้แรงงานหนัก และอาจตายได้ง่ายๆ ในเรื่องนี้มีบทเรียนสอนใจเด็กๆ หลายข้อ เช่น อย่าเป็นคนเลือกกิน เนื่องจากเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เด็กๆ อย่ากลัวกินยา เพราะยาขมก็ดีกว่าต้องตาย หรืออย่าหยิบฉวยข้าวของคนอื่นมาเป็นของตน 
          ผู้เขียนเสียดสีสภาพสังคมไว้ในเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องกฎหมาย ที่แสดงให้เห็นว่าไม่เป็นธรรม และมักจะทำให้เหยื่อต้องถูกรับโทษอยู่เสมอ ดังเช่นที่ผู้พิพากษาสั่งให้ปิน็อกกีโอต้องโทษจำคุก เพราะปล่อยให้ผู้อื่นขโมยเงินไป หลายตอนในเรื่องแสดงว่าอาชญากรนั้นลอยนวลได้ แต่ผู้ที่ถูกจำคุกคือคนบริสุทธิ์ดีๆ นี่เอง 
          ปิน็อกกีโอยังไม่ใช่เรื่องสำหรับเด็กที่สนุกสนานบันเทิงใจ แต่เป็นเรื่องที่มืดมนและมีความโหดร้ายของชีวิตจริงอยู่ด้วย โลกของปิน็อกกีโอเต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมจะรังแกกันและกัน หลอกลวง และพร้อมจะฆ่าผู้อื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง ช่างไม้ที่เป็นพ่อของปิน็อกกีโอนั้นยากจนจริงจัง บ้านเรือนก็ทรุดโทรม เมื่อส่งปิน็อกกีโอไปโรงเรียน ก็ต้องขายเสื้อโค้ทเก่าๆ ที่มีอยู่ตัวเดียวเพื่อนำเงินไปซื้อหนังสือเรียน และทนเหน็บหนาว ผู้เขียนบอกสภาพชีวิตได้จริงแท้ว่าความยากจนนั้น แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็เข้าใจได้ทันที นอกจากนั้นยังมีตอนที่ใจร้ายที่ไม่เหมาะกับเด็กเล็กๆ อยู่ด้วย เช่นปิน็อกกีโอรำคาญจิ้งหรีดพูดได้ที่พร่ำสอนเรื่องชีวิต เขาจึง 
          "คว้าได้ตะลุมพุกบนโต๊ะ ก็ฟาดเป้งไปที่จิ้งหรีดพูดได้ทันที แท้จริงแล้วปิน็อกกีโออาจไม่ได้ตั้งใจจะตีให้โดน แต่เคราะห์กรรมจริงๆ เกิดไปถูกตรงเผงตัวหัว จิ้งหรีดซึ่งกำลังโก่งคอส่งเสียง---กริ๊ก---กริ๊ก---กริ๊ก ก็เลยชะงักเงียบ ตัวแบนติดกำแพงไป" 
          แน่นอนว่าการ์ตูนดิสนีย์ย่อมไม่แสดงภาพจิ้งหรีดถูกทุบตาย 
          หนังสือแปลเล่มนี้แปลมาจากต้นฉบับภาษาอิตาลี ภาษาแปลอ่านได้รื่นรมย์ไพเราะ และมีภาพประกอบสวยงามฝีมือ เอนริโก มัซซานติ จากเล่มพิมพ์ครั้งแรกในปี ๑๘๘๓   Glauco Cambon กล่าวว่าปิน็อกกีโอเป็นหนึ่งในสามวรรณกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอิตาลี นอกไปจาก The Divine Comedy ของดังเต้ และ The Betrothed ของ Manzoni 
          เรื่องราวนี้เล่าความจริงของชีวิตได้น่าสนใจ หากใครที่คิดว่ารู้จักปิน็อกกีโอดีแล้ว การอ่านเรื่องผจญภัยของเขาอาจทำให้คุณประหลาดใจ  

                                        เฟย์ faylicity.com (กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗)
   
   
 
 
         
   
 
       
       
   
     
คะแนน :        สีคะแนน   :  
ตำแหน่ง :                     สีพื้น  :  
ชื่อผู้ส่ง :                     
   
   
         
 
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ ๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ บิว  ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๗  ๑๔:๓๐ น.  
  
 
  
  เป็นเรื่องที่มีความรู้.   ความสนุกสนาน  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ลูกแก้ว  ๒๗ ก.ย. ๒๕๕๔  ๒๑:๐๘ น.  
  
 
  
  อ่านปิน็อกกีโอปกอ่อนจบแล้วครับ ชอบมาก สนุกดีและได้คติสอนใจเยอะดี เป็นเรื่องสอนใจเด็กๆได้ดีมาก รูปประกอบก็สวยคลาสสิคดีครับ ขอบคุณผีเสื้อที่ทำหนังสือเล่มนี้ให้อ่านครับ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ pig  ๙ พ.ค. ๒๕๕๒  ๑๘:๓๔ น.  
  
 
  
  สนุกมากค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ บอย  ๒๔ มี.ค. ๒๕๕๒  ๒๐:๔๔ น.  
  
 
  
  วันหลังไว้ซื้อมาอ่านครับ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ จมูกสั้น  ๒๙ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๓:๓๘ น.  
  
 
  
  อยากให้มากกว่า ๕ ดาว  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ จมูกสั้น  ๒๙ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๓:๓๘ น.  
  
 
  
  เรื่องน่ารักมาก และสอดแทรกแนวคิดเป็นประโยชนทุกด้าน ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมความเชื่อ ศาสนา ความเป็นอยู่ของประชาชน ความยุติธรรมและอยุติธรรม ตลอดจนเรื่องศาสนา เชื่อได้เลยง่าผปู้เขียนจะต้องเก่งมากที่ถ่ายทอดหลายเรื่องหลายด้านมาในหนังสือเล่มเดียว  หนังสือเด็กแต่ผู้ใหญ่อ่านสนุกยิ่งกว่าเด็กอ่าน

ควรใคนไทยทุกคนอ่าน
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ dhanita  ๘ ก.ย. ๒๕๕๑  ๒๐:๕๖ น.  
  
 
  
  จำเรื่องราวได้ดีเพราะอ่านมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยๆ โตเป็นผู้ใหญ่จนจะแก่แล้วยังรำลึกถึงเนื้อหาเรื่องราวอยู่เสมอ ยิ่งในยุควิทยาลัยครูกลายเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฎยิ่งชวนให้คิดเปรียบเทียบได้ ลองคิดลึกๆ ดูนิทานเรื่องนี้เป็นแนวเสียดสีจริงๆ ผู้ใหญ่เห็นเด็กเป็นดังหุ่น เด็กมักจะซุกซนคอยออกนอกลู่นอกทาง มีส่งยั่วยุล่อหลอกเด็กให้ขี้เกียจ ไม่สนใจเรียน เที่ยวเล่นเถลไถล และลืมผู้ใหญ่ที่รักหรือครอบครัวของตัวไป จนถึงเสียผู้เสียคน แต่ทั้งนี้เพราะรู้ไม่เท่าทัน ความไม่รู้ไม่ใช่ความผิด และแก้ไขได้ สังคมของผู้ใหญ่ต้องให้โอกาสเด็กๆ แบบครอบครัวของปิน็อกกิโอ 
    เมื่อไรหนอบ้านเราจะถึงตอนจบแบบนิทานเรื่องนี้สักที
  
     
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
การทำหนังสือดี ก็เสมือนสร้างโบสถ์วิหาร