ห้องสมุดจะดีไม่ได้ ถ้าไม่มีหนังสือดีให้ฅนอ่าน
  หน้าแรก   ข่าวผีเสื้อ   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > หมวดหมู่หนังสือ > วรรณกรรมเยาวชน > ลมเอยลมพัด
 
 
   
 
  ลมเอยลมพัด   
WHERE THE WIND BLOWS : HELEN CRESSWELL
เขียน :  เฮเลน เคร้สเวลล์    แปล :  ผกาวดี อุตตโมทย์
ภาพปก :  อภิชัย วิจิตรปิยกุล    ภาพประกอบ :  เพ็กกี้ ฟอร์ทนั่ม
  พิมพ์ครั้งที่ :  ๑ (มกราคม ๒๕๓๘)   ปกอ่อน
  ๑๑๒ หน้า    น้ำหนัก :  ๑๔๐.๐๐ กรัม    ขนาด :  ๑๓ x ๑๘.๔ x ๐.๘ ซ.ม.
ภาษาต้นฉบับพิมพ์ครั้งแรก :  ค.ศ. ๑๙๖๖   
  สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรก :  มกราคม ๒๕๓๘    ครั้งล่าสุด :  ๒๕๓๘
ภาษาต้นฉบับ :  อังกฤษ    ภาษาที่แปลมา :  อังกฤษ    กลุ่มผู้อ่าน :  อ่านได้ทุกวัย
  ISBN :  974-7296-04-7    ราคา :  ๕๙.๐๐ บาท
 
   
 
 
   
     
การผจญภัยทางความคิดอันยิ่งใหญ่ในวัยเยาว์

ในหมายเหตุผู้แปลแนะนำว่า 'เป็นเรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับเด็กหญิงฅนหนึ่งที่ปรารถนาจะออกไปผจญภัยในโลกกว้าง เฮเลน เคร้สเวลล์ได้ใช้ความสามารถเขียนเรื่องที่ดูว่าง่ายๆ นี้ให้เป็นหนังสือปรัชญาได้อย่างน่าทึ่ง และถ้าจะเทียบการเขียนเรื่องด้วยกลวิธีแบบนี้กับการเขียนรูป ก็เหมือนกับการเขียนรูปลงบนผืนผ้าเพียงด้านเดียว แต่สามารถมองได้สองรูป โดยที่แต่ละรูปนั้นมีความงาม ความลึกซึ้ง ความประณีต และคุณค่าโดยรวมต่างกัน' ก็เลยขอแนะนำภาพเขียนอันงดงามนี้สักเล็กน้อย---
          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกังหันลมแห่งหนี่งตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ 'สโลว์' ที่แสนจะไหลเอื่อย บางวันกังหันลมดูเทอะทะหนักแน่น แต่ทว่ามีชีวิตชีวา ภายในกังหันลมแห่งนี้มีเด็กหญิงเล็กๆ ชื่อ เคอร์สทีน อาศัยอยู่กับปู่ของเธอ---เคอร์สทีนรักที่นี่ แต่แล้ววันหนึ่งก็เปลี่ยนไป มีบางครั้งที่กังหันลมหยุดนิ่งเหมือนหลับสนิท และโมงยามขยับไปเชื่องช้า โดยการเคลื่อนคล้อยอย่างง่วงงึมของดวงตะวัน เธออยากภาวนาให้โลกนี้เปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน เพื่อให้ตัวเธอไปอยู่เสียไกลลิบ เธออยากออกไปค้นหาสถานที่ซึ่งมีลมพัดตลอดเวลา เธอจะค้นพบไหม เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามเด็กหญิงตัวเล็กไปกับ 'เรือหวายสาน' ที่พากันออกไปตามทางของห่านป่า ซึ่งจะพูดคุยกันได้ก็แต่ในความฝันเท่านั้น

                                        จากคอลัมน์ : หนังสือ โดย โคอาล่า
                                        หนังสือเนชั่นสุดสัปดาห์ 
                                        วันที่ ๑๔-๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๘

* * *

ลมพัด

เคยไหม ตื่นขึ้นมาแล้ว อารมณ์ก็วูบไปเฉยๆ ด้วยความเซ็ง ความเหนื่อยหน่าย
          เหนื่อยหน่ายกับการต้องไปเจอกับเรื่องเก่าๆ ซ้ำซากจำเจ ไม่อยากลุกไปทำงาน เหมือนกับเด็กที่ไม่อยากไปโรงเรียน อารมณ์ ร่างกาย ตายซากไปเฉยๆ
          ความรู้สึกนี้ เมื่อมันเกิดขึ้นคราวใด ดูจะบ่อนทำลายเรามากเหลือเกิน
          เอาไปปรับทุกข์กับเพื่อนๆ หลายคนแสดงความแปลกใจ แปลกใจที่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับคนทำงานหนังสือพิมพ์ด้วย
          ก็บอกไปว่าอาชีพไหนๆ ก็เหมือนกัน เพียงแต่เดิมพวกเขามักจะสรุปรวบยอดว่างานหนังสือพิมพ์ที่มีเรื่องตื่นเต้นผ่านเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน ไม่น่าจะทำให้เบื่อได้ ซึ่งก็จริงหรอก ถ้าคิดแบบแยกส่วนไป แต่ถ้าคิดแบบองค์รวม ตื่นขึ้นมาทำงาน แล้วเจอเรื่องตื่นเต้นอยู่ทุกวัน ก่อนที่จะไปจบด้วยการทำงานหนักจนมืดค่ำ วนเวียนอยู่กับมันวันแล้ว วันเล่า ก็เบื่อหน่ายเหมือนกัน
          บ่นไปบ่นมา เพื่อนคงรำคาญกระมัง เลยตั้งคำถามตีแสกหน้าเข้าเปรี้ยงว่า “แล้วจะเอายังไง” ก่อนบอกว่า ทุกอาชีพ ทุกชีวิต มันก็ซ้ำซากกันทั้งหมดนั่นล่ะ ลองดูก็ได้ แค่ชีวิตประจำวัน ก็ซ้ำซากไม่รู้จะซ้ำซากอย่างไร ตื่นขึ้นมา ล้างหน้า อาบน้ำ กินข้าวไปทำงาน กลับบ้าน นอน มันก็วนเวียนซ้ำซากอยู่อย่างนั้น---แล้วมาฟูมฟายให้มันเกินเลยไปทำไม
          ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า จะจัดการกับสิ่งซ้ำซากนี้อย่างไรต่างหากจัดการเพื่อที่จะเป็นสุขกับสิ่งซ้ำซากให้ได้ เจอซัดเปรี้ยงกลับมาอย่างนี้ ก็เซ่อไปเหมือนกัน
          เพราะถูกของเขาเหมือนกัน แทนที่จะมานั่งตั้งคำถามฟูมฟายกับความเบื่อหน่าย ทำไมไม่ยอมรับกับสิ่งที่มันเป็นและมีความสุขกับมันให้ได้

          พูดถึงเรื่องนี้แล้วคิดถึง แม่หนูน้อยเคอร์สทีน ในหนังสือ “ลมเอยลมพัด” ของ เฮเลน เคร้สเวลล์ ที่ ผกาวดี  อุตตโมทย์ แปลเป็นภาษาไทย ขึ้นมา เธอมีสภาพที่คล้ายๆ กันนี่แหละ คือเบื่อหน่ายกับสิ่งรอบตัว
          เธอซึ่งอาศัยอยู่กับปู่ช่างโม่แป้ง วันหนึ่งเกิดรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันหยุดนิ่ง
          “กังหันลมหยุดนิ่งเหมือนหลับสนิท และโมงยามขยับไปเชื่องช้าโดยการเคลื่อนคล้อยง่วงงึมของดวงตะวัน เธอภาวนา ขอให้โลกนี้เปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน เพื่อให้ตัวเองไปอยู่เสียไกลลิบ อยากภาวนาให้กังหันลมสั่นสะเทือนและหมุนเร็วจี๋ จนหลุดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อยากให้แผ่นดินไหวสะเทือน”
          แต่ทุกอย่างมันหยุดนิ่ง สร้างความเบื่อหน่ายจนสุดทานทน เธออยากไปอยู่ดินแดนที่ลมพัดไหว วันหนึ่ง แม่หนูน้อยเคอร์สทีน จึงบอกกับปู่ของเธอว่า จะหนีไปจากความเบื่อหน่ายนี้
          “เพราะมันไม่มีลมเลย ใบพัดโรงโม่ก็หยุดหมุน แม้แต่ปู่ก็พลอยนอนหลับเสียอีก หนูอยากอยู่ในที่ซึ่งลมพัดตลอดเวลา หนูไม่ชอบโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงบไปหมดยังงี้”
          ไม่มีคำทัดทานจากปู่ เขาบอกเธอว่าไปเถอะ จงไปตามเส้นทางสายลมที่อยากไป

          ด้วยความช่วยเหลือของคุณตาคนหนึ่งที่มีชีวิตไม่แตกต่างปู่ของเธอ คือนั่งบนบันไดไม้ข้ามรั้วอยู่ทุกวัน เหมือนกับว่าเขาได้เฝ้ามองโลกและลมฟ้าอากาศมานานนับได้เป็นศตวรรษ โดยมอบ “เรือหวายสาน” และ “ฝูงห่านป่า” ให้กับการเดินทางคราวนี้ของเธอ
เรือหวายสาน คือพาหนะที่จะพาเธอไปดินแดนที่มีลมพัด
          ส่วนฝูงห่านป่า คือสิ่งที่เป็นเสมือนสายลมที่อยากไปไหนก็ไปได้ตามใจชอบ ไม่มีแผนที่ ไม่มีเข็มทิศ ท่องเที่ยวไปโดยไม่ต้องรู้ว่าจะจบสิ้นที่ไหน
          เรือหวายสาน และฝูงห่านป่า ได้พาเธอไปดินแดนที่มีลมพัด ไปยังแดนตะวันค้างฟ้าที่สวยงาม แสงสีทองอร่ามเรือง ต้นไม้ดอกไม้ดกดื่น บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นหอมของผลไม้สุก
          แต่ในนั้นเธอก็ต้องเจอกับผู้คนที่หลับใหล เพราะพวกเขาเพียงแค่ยื่นฝ่ามือออกไปผลไม้ก็จะหล่นใส่อุ้งมือ ทุกคนมีความสุขเพราะไม่ต้องทำอะไร
          “เรานอนตอนกลางวันและเต้นรำตอนกลางคืน แล้วทำไมเราจะไม่มีความสุข” ว่าแล้วก็ชวนเธออยู่ด้วย
          แต่เธอก็รู้สึกถึงการไม่มีลมพัดอยู่นั่นแหละ
          เธอไปยังบึงใหญ่ที่สวยงาม อบอวลด้วยความอบอุ่นของผู้เฒ่าที่ดูแลนกนานาพันธุ์ที่บาดเจ็บด้วยความเมตตา เธอเกือบตัดสินใจอยู่ที่นี่ แต่เมื่อตระหนักว่า ความสุขที่อบอวลอยู่ที่นี่ เกิดขึ้นจากผู้เฒ่าเป่าปี่ต้นอ้อ ซึ่งเหมือนการร่างเวทมนตร์ให้ทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่งเพื่อรับความเมตตาจากผู้เฒ่า
          แม้จะดูเป็นเรื่องดี แต่เธอไม่แน่ใจว่า การ “ยอมรับ” ดังกล่าว มันคืออะไร---คือความรู้สึกที่ “ไม่มีลมพัด” หรือเปล่า
          ที่สุดเธอก็ต้องจากไป
          จากไปเพื่อที่จะไปหลงใหลกับบรรดา “ดวงสว่าง” ที่ล่องลอยอยู่ในบึงอีกแห่งหนึ่งอย่างงดงาม หลากหลายสีสัน ดารดาษไปทั่ว
          “ดวงสว่าง” ส่งเสียงเรียกร้องให้เธอเข้าไปหา ซึ่งเธอก็คล้อยตามไปในตอนแรก แต่เมื่อคำนึงว่ามันคือมายาที่หลอกหลอนให้ไปหลงใหลมัน เธอก็โบยบินไปกับฝูงห่านป่าอีกครั้ง
          และที่สุด เธอก็ไปถึงที่ “มีลมพัดอยู่ตลอดเวลา”
          แม้ตอนแรกจะรู้สึกสุขสบายก็ตาม แต่ที่สุดด้วย “ลมที่พัดอยู่ตลอดเวลา” นั้น ทำให้เธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อย
          “ยามเมื่อลมพัดมาต้องส่วนใดก็ตาม จะรู้สึกปวดร้าวที่ตรงนั้นตั้งแต่ศีรษะลงไปจนถึงปลายเท้า”
          แล้วเธอก็กลับบ้านไปหาปู่ ตามคำพูดของปู่ ก่อนที่เธอจะจากไป
          “เมื่อหลานแก่เท่าปู่ หลานจะพอใจในการปล่อยให้โลกและสิ่งต่างๆ บนโลกเป็นไปตามเรื่องตามราว หลานจะพอใจที่บางวันมีลมพัด แต่ง          บางก็สงบเหมือนนอนหลับ โรงโม่แห้งของปู่กับตัวปู่แก่ชราลงไปด้วยกัน
          เราปล่อยให้มันไปตามวิถีทางของมัน”
          ปล่อยให้มันไปตามวิถีทางของมัน---ฟังง่ายแต่ทำยาก
          ยากเหมือนกับการยอมรับความเบื่อหน่ายซ้ำซาก และเป็นสุขกับสิ่งซ้ำซากนั้นให้ได้


                                        จาก  :  นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ (ร่มรื่นในเงาคิด โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร หน้า ๗๖) 
                                        ฉบับประจำวันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๒ ปีที่ ๑๙ ฉบับที่ ๙๙๑
   
   
 
 
         
   
 
       
       
   
     
คะแนน :        สีคะแนน   :  
ตำแหน่ง :                     สีพื้น  :  
ชื่อผู้ส่ง :                     
   
   
         
 
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ ๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ โต้ง  ๖ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๖:๐๓ น.  
  
 
  
  แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ของผม ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยการเดินทาง แต่ไม่ที่ใดเป็นสุขเท่ากับที่บ้าน ต่อให้เราต้องเดินทางไปไกลแสนไกลตามความปรารถนาและความทะเยอทะยานแค่ไหน ทำให้เราได้เห็นได้เรียนรู้อะไรมากมายแค่ไหน จะมีสุขหรือทุกข์ระหว่างทางอย่างไรก็ตาม แต่สุดท้าย ที่ๆดีที่สุดก็คือบ้าน สุดท้ายก็ต้องกลับบ้าน ที่ๆอบอุ่นที่สุด ที่ๆต่อให้โลกหมุนไปนานเท่าไรก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม  
     
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
หนังสือของผีเสื้อ มิได้ ผลิต แต่ทำด้วย หัวใจ