ประเทศไทยไม่ร่ำรวยนัก โปรดให้หนังสือทุกเล่มอยู่ได้หลายชั่วอายุฅน
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > หมวดหมู่หนังสือ > ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ
 
 
   
 
  ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ   
LE SCAPHANDRE ET LE PAPILLON : JEAN - DOMINIQUE BAUBY
เขียน :  ฌ็อง - โดมินิก โบบี้    แปล :  วัลยา วิวัฒน์ศร
บรรณาธิการต้นฉบับ :  มกุฏ อรฤดี
ภาพปก :     
  พิมพ์ครั้งที่ :  ๗ (พฤษภาคม ๒๕๖๐)   ปกอ่อน
  ๒๒๔ หน้า    น้ำหนัก :  ๒๒๐.๐๐ กรัม    ขนาด :  ๑๓ x ๑๘.๕ x ๑.๓ ซ.ม.
ภาษาต้นฉบับพิมพ์ครั้งแรก :  ค.ศ. ๑๙๙๗   
  สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรก :  มกราคม ๒๕๔๑    ครั้งล่าสุด :  ๒๕๖๐
รายละเอียดรูปเล่ม :  ปกอ่อน ๑๖ หน้ายก
ภาษาต้นฉบับ :  ฝรั่งเศส    ภาษาที่แปลมา :  ฝรั่งเศส    กลุ่มผู้อ่าน :  มัธยมปลาย - ผู้ใหญ่
  ISBN :  978-974-14-0474-2    ราคา :  ๑๙๘.๐๐ บาท
  บทความเกี่ยวข้อง :: ทดลองอ่าน
   
 
 
   
     
การท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์ผู้ไม่สามารถพูด
ไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ทว่า สามารถเขียนหนังสือได้สำเร็จ

เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ วงการหนังสือในฝรั่งเศส และทั่วยุโรปต่างพากันกล่าวขานถึงหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนมิได้เขียนด้วยวิธีปกติธรรมดา เช่นนักเขียนทั้งหลาย หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นหนังสือเล่มแรกและเพียงเล่มเดียวในโลกขณะนี้ที่เขียนโดยวิธีเลิกเปลือกตาซ้าย
          ผู้เขียนหนังสือเรื่องนี้เป็นอดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร ELLE แห่งฝรั่งเศส เกิดอาการเส้นโลหิตในสมองแตกกลายเป็นอัมพาตทั้งตัว อวัยวะทุกส่วนไม่สามารถเคลื่อนไหว นอกจากตาข้างซ้ายและสมองที่เป็นปกติ แต่ในเมื่อเขาไม่สามารถพูด ยกมือหรือแม้แต่นิ้วสักข้าง เขาจะเขียนหนังสือได้อย่างไร---นี้คือเหตุผลประการแรกที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นที่สนใจ แต่นอกเหนือจากนั้นก็คือ ผู้ฅนทั้งหลายอยากรู้ว่าหนังสือที่เขาเขียนจะดีแค่ไหน
          การเขียนหนังสือด้วยวิธีพิเศษนี้ ต้องอาศัยฅนช่วยเหลือขานอักษรทีละตัวเพื่อให้ผู้เขียนเลือก เลือกทีละตัว ทีละตัว ประสมกันเข้าเป็นคำ จากคำก็เป็นประโยค ทีละประโยค ทีละหน้า จนได้หนึ่งตอนรวมกันเป็นเล่ม---ผู้ช่วยเหลือต้องขานตัวอักษรนับล้านครั้ง และผู้เขียนก็ต้องเลิกเปลือกตาซ้ายนับแสนหน จึงจะได้หนังสือเล่มนี้ แต่ที่หนักหนาสาหัสสำหรับผู้เขียน ซึ่งพูดไม่ได้ กระดิกไม่ได้ก็คือ เขาต้องคิดทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อมอยู่ในสมอง เพื่อรอว่าจะเลือกอักษรตัวไหนสำหรับแต่ละคำ ถ้าเขาเกิดลืมก็เป็นอันว่าต้องเสียเวลา หรือเขียนต่อไปไม่ได้
          ความยากลำบาก ทุลักทุเล ความทุกข์ทรมานและอึดอัดใจ เป็นเจ้าเหนือหัวของฅนทั้งสองเนิ่นนานกว่าสองเดือน แล้วหลังจากนั้นหนังสือเล่มนี้ ก็สำเร็จเรียบร้อยอย่างน่าภูมิใจ
          นับเป็นการท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์ผู้ไม่สามารถพูด ไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ทว่าสามารถเขียนหนังสือได้สำเร็จ และเป็นหนังสือที่ดี
          สำนักพิมพ์ผีเสื้อจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้อย่างประณีต พิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การทำงานของผู้แปล ซึ่งเดินทางไปยังสถานที่เกือบทุกแห่งดังปรากฏในหนังสือ พบปะสอบถามผู้เกี่ยวข้อง เขียนบทความเผยแพร่ เปิดการแถลงข่าว รวมทั้งบรรยายตอบข้อสงสัยต่างๆ แก่สื่อมวลชน เพื่อให้เรื่องราวต่างๆ ในหนังสือนี้เป็นที่กระจ่าง---หนังสือเล่มแรกในโลกที่เขียนด้วย 'ดวงตา'

* * *

“ความสุขคือผีเสื้อ
ที่บินต่ำอยู่เหนือพื้นดิน
แต่ความเศร้าคือนก
มีปีกสีดำแข็งแรง
ปีกนกยกเธอขึ้นสูงเหนือชีวิต
ลอยล่องใต้แสงแดดและแมกไม้
นกแห่งความเศร้าบินสูง
ไปยังที่ที่นางฟ้าแห่งความทุกข์เฝ้ามอง
ดูรังของความตาย”

          (Edith Sodergran)

..................

ผีเสื้อความคิดโบกบินหรรษาอยู่เหนือร่างอัมพาตของชายช่างจินตนาการ เขาเห็นผีเสื้อตัวนั้นผ่านดวงตา อันเป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวที่ยังขยับและรับได้ ทว่าผีเสื้อบินเล่นอยู่ไม่นาน ด้วยว่าความตายนั้นเก่าแก่คงทนกว่า และสูงส่งกว่าที่ความคิดผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งจะมองเห็น ไม่ต่างจากที่ผีเสื้อเจ้าสำราญไม่สามารถบินสูงกว่านกแห่งความเศร้าซึ่งเป็นสาวกของความตาย ความเศร้าโบกบินไปถึงความหลับนิรันดร ทว่าผีเสื้อบินเรื่อยเปื่อยจากดอกไม้สู่ดอกไม้ เสพความงดงามของโลกอย่างลืมสนใจวันพรุ่ง และแล้วจึงอิ่มเอม
          ตราบใดที่ความตายยังไม่มาถึง ความคิดฝันย่อมมีสิทธิ์เต็มที่กับการเบิกบานในโลกและเวลาที่เหลือ เวลาใกล้ตายและวันตายจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง
          “ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ” (The Diving Bell and The Butterfly) เป็นสมุดบันทึกที่ไม่ใช้มือเขียนของอดีตบรรณาธิการนิตยสาร Elle ในวันสูงส่งของชีวิตนั้นเขาได้กลับกลายเป็นคนกึ่งตาย จึงจำต้องละทิ้งโลกทั้งใบไว้เบื้องหลังเพื่อนอนชมในโรงพยาบาลอยู่ปีกว่า ก่อนความตายจะกลืนกินเขาทั้งตัว
          ฌ็อง-โดมินิก โบบี้ (Jean-Dominique Bauby, ๑๙๕๒-๑๙๙๗) บรรณาธิการผู้ใช้ชีวิตหรูหราเหมือนรสนิยมนำสมัยของนิตยสารที่เขาทำงานอยู่ ได้บอกเล่าเรื่องราวของผีเสื้อแห่งความคิดของเขา นางงามปีกบางตัวนี้บินวนอยู่เหนือร่างกายอัมพาตที่เจ็บปวดและหนักอึ้ง เหมือนมีชุดประดาน้ำสวมทับอยู่ตลอดเวลา แต่โบบี้ยังขยับดวงตาได้ข้างหนึ่ง เขาให้ผู้ช่วยชี้ตัวอักษรบนกระดานทีละตัว แล้วเขากะพริบเปลือกตาเพื่อเลือกตัวอักษรให้ผู้ช่วยบันทึกลงกระดาษ ด้วยวิธีนี้เอง “นักประดาน้ำและผีเสื้อ” จึงสำเร็จเป็นรูปเล่มภายหลังเขาลาโลกแล้ว ๓ วัน
          โรคอัมพาตทั้งตัวหรือโรคชุดประดาน้ำนี้เป็นโรคสมัยใหม่อย่างแท้จริง แต่ก่อนคนที่เป็นโรคนี้จะได้ตายอย่างเรียบง่ายธรรมดา แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ทำให้การลงโทษนี้ซับซ้อนขึ้นตามปากคำของโบบี้ คนไข้กลายเป็นนักโทษในร่างของตนเอง และมีเวลาอีกมากพอสมควรก่อนจะต้องตายลงจริงๆ โรคนี้ที่ทำให้เหมือนถูกพันธนาการอยู่ภายในจึงได้ชื่อว่า Locked-in Syndrome 
          โบบี้เป็นชาวปารีส เขาทำงานหนังสือพิมพ์มาตั้งแต่วัยรุ่น จากนั้นจึงก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Elle เมื่อวัยย่างสี่สิบ โบบี้ภูมิใจและพอใจในเก้าอี้ประจำตำแหน่งมาแล้ว ๕ ปี และเขาคงจะย้อมสีโลกได้บาดตาบาดใจด้วยรสนิยมกว้างไกลต่อไป ถ้าไม่มีวันนั้นที่เส้นโลหิตในสมองของเขาแตกกะทันหัน หลายอาทิตย์ต่อมาเขาก็ฟื้นคืนสติ และได้มองกระจกเพื่อจะเห็นใบหน้าผิดรูปของคนป่วยที่เขาแทบจำไม่ได้ว่าเป็นใบหน้าของตัวเอง แต่โลกทั้งโลกยังคงเดิม ผู้คนของมหานครปารีสยังเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงเพื่อเร่งสร้างสรรค์อนาคต โบบี้ถูกโลกทั้งโลกทอดทิ้งเสียแล้ว และเขายังไม่ทันได้บอกลาโลกเก่า โลกใหม่ของเขาที่ไม่ใช่โลกหน้ากำลังอวดตัวอยู่ที่ระดับสายตา โลกที่ว่านั้นคือ โลกของนักประดาน้ำและมหาสมุทร
          โลกสะท้อนเงาเป็นภาพกลับหัวบนผิวน้ำ ในหมู่ปะการังเต็มไปด้วยสีสันแปลกๆ และสิ่งมีชีวิตรูปร่างมีเอกลักษณ์ โลกสีฟ้าแกว่งไกวช้าๆ โดยมีแสงเบื้องบนส่องผ่านแสงสีขาวหักเหกับคลื่นน้ำดูเหมือนภาพลวงตา และม่านไอแดดกลางทะเลทราย บางคราวจินตนาการของโบบี้ไหวพร่าด้วยอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นและหมดสติ
          สมุดบันทึกของโบบี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จะเปิดมุมมองใหม่แก่คนผู้มีร่างกายครบสามสิบสอง แต่กลับมองวันเวลาของชีวิตเป็นเรื่องซ้ำซาก ราวกับปรารถนาให้ชะตากรรมสุดสิ้นลง โบบี้เล่าถึงคืนวันเก่า ญาติมิตร ความคิด และความฝัน เขาเล่าถึงเพลงประจำตัว สถานที่ที่เคยเที่ยวไป อาหารที่ชอบ และรสนิยมหลายประการที่ไม่สามารถครอบครองได้อีกแล้ว รสนิยมของโบบี้ได้สะท้อนสาเหตุที่ แอล กลายเป็นนิตยสารนำพายุแฟชั่นได้อย่างสง่าผ่าเผย
          โบบี้เล่าเรื่องกิจวัตรในโรงพยาบาลมากที่สุด เขาวิจารณ์สภาพโรงพยาบาลและภาพรวมของมนุษย์ที่สรุปเอาเอง เขาบอกเล่าผ่านเรื่องตลก เสียดสี และบางเรื่องโกหก เขาตีแผ่สภาพคนป่วยที่ถูกทอดทิ้ง และความไร้มนุษยธรรม เล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมองข้าม เพียงแค่พยาบาลลืมพลิกตัวโบบี้ตามเวลาก็เป็นปัญหาใหญ่กับร่างกายของเขาแล้ว ส่วนการแกล้งไม่สนใจ เวลาคนไข้ขอให้ช่วยเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ ก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับกลุ่มมนุษย์ผู้พิการอยู่เดียวดายเหล่านี้เช่นกัน
          หนังสือเล่มสุดท้ายที่เป็นเหมือนพินัยกรรมของโบบี้นี้จึงกลายเป็นปากเสียงแทนชาวแอลไอเอสอื่นๆ พวกเขาไม่เคยพูดมาก่อน และบัดนี้ก็หาได้มีโอกาสพูดมากกว่าเดิม “ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ” ของโบบี้ เป็นเพียงพลุดอกแรกๆ ที่เรือจวนอับปางจุดขึ้นตะโกนขอความช่วยเหลือ
          ในระหว่างป่วยนี้เองที่โบบี้ได้ตั้งสมาคมผู้เป็นอัมพาตทั้งตัวเพื่อยกสถานะและศักดิ์ศรีของพวกเขา
          แม้โบบี้ได้พูดเพื่อตัวเองและเพื่อนร่วมชะตากรรมอัมพาตเหมือนเขา ทว่าเหนืออื่นใด คนอ่านได้พบว่าเขาให้กำลังใจคนมีชีวิตอยู่ โบบี้ไม่สบถด่า และไม่เคยเวทนาตัวเอง เห็นได้จากครั้งหนึ่งที่เขาเล่าถึงคนทำงานในนิตยสารแอลว่า

          “เพื่อนร่วมงานสาวสวยที่รักทั้งหลายของผม ทูตสาวผู้ลึกซึ้งและเข้าถึงรสนิยมฝรั่งเศส ตลอดทั้งวันในห้องรับรองของโรงแรมแห่งหนึ่ง พวกคุณปั่นคำตอบในภาษาจีน อังกฤษ ไทย โปรตุเกส เชก เพื่อตอบคำถามอันเป็นอภิปรัชญายิ่งกว่า สาวแอลคือใคร ตอนนี้ผมนึกภาพพวกคุณกระจัดกระจายอยู่ตามถนนสายต่างๆ ที่สะพรึบพรั่งด้วยไฟนีออนในฮ่องกง ขายทั้งโน้ตบุ๊กและชามก๋วยเตี๋ยว พวกคุณเดินต้อยๆ ตามหลังหูกระต่ายของท่านประธานกรรมการบริหาร ซึ่งนำทุกคนสู่สนามรบด้วยท่าทางคึกคักขึงขังกึ่งสปีรู่ (การ์ตูนตลกตัวหนึ่ง-ผู้เขียน) กึ่งโบนาปาร์ต เขาจะหยุดเฉพาะเบื้องหน้าตึกระฟ้าสูงสุด มองดูอย่างท้าทายด้วยทีท่ากล้าหาญราวกับจะกลืนกินเสียทั้งหลังกระนั้นแหละ” (แปลโดยวัลยา  วิวัฒน์ศร)

          ผีเสื้อของฌ็อง-โดมินิก โบบี้ ได้ใช้ชีวิตสุนทรีย์ที่แสนสั้นอย่างคุ้มค่า ท่ามกลางความรักของคนรอบข้างและคนอ่านมหาศาลที่เขียนมาให้กำลังใจไม่เว้นว่าง
          ชุดประดาน้ำได้กำนัลของหายากเป็นโลกใต้น้ำทั้งใบให้บรรณาธิการคนนี้ เขาได้เห็นสีสันที่ต่างจากแผ่นดิน ได้สัมผัสอาณาจักรเบื้องต่ำใต้ที่มนุษย์ไม่สำคัญกว่าปลาตัวไหน บางครั้งถูกลืม หรือบางครั้งเรียกความสนใจได้มากกว่าใคร รวมทั้งเห็นความรักที่ครอบครัวมอบให้ได้ชัดเจนที่สุด ในเวลาที่ไม่เหลือใครอื่น โบบี้เห็นอดีตจรัสกว่าครั้งใด อดีตดูจะเป็นสมบัติมีค่าชิ้นแรกของเขา ขณะที่ความรักที่ลูกๆ มอบให้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย
          แล้วนักประดาน้ำดำผุดดำว่ายสู่ท้องน้ำที่ลึกลงไปอีก ทะเลเริ่มมืดและเยือกเย็น ร่างอัมพาตอาจทำให้เห็นโลกแวดล้อมในมุมมองใหม่ๆ ก็จริง ทว่าสภาวะนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเป็นปริศนาเกินกว่าจะคิดเล่นๆ ได้อยู่นั่นเอง

          “ซิบกระเป๋าใบน้อยเปิดอยู่ ผมมองเห็นกุญแจห้องในโรงแรม ตั๋วรถไฟใต้ดิน และธนบัตรใบละร้องฟรังก์พับสี่หนึ่งใบคล้ายวัตถุที่ส่งมายังโลกมนุษย์ผ่านท่ออวกาศเพื่อสำรวจลักษณะที่อยู่อาศัย การขนส่งประเภทต่างๆ และการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างมนุษย์โลกด้วยกัน
          ภาพที่เห็นทำให้ผมจนถ้อยคำ ได้แต่ครุ่นคิด ในจักรวาลนี้มีกุญแจสำหรับไขชุดประดาน้ำของผมไหมหนอ มีรถไฟใต้ดินสักสายซึ่งปราศจากสถานีปลายทางหรือไม่ มีเงินตราค่าสูงพอจะซื้อเสรีภาพของผมคืนมาบ้างไหม คงต้องไปแสวงหาที่อื่น ผมไปเดี๋ยวนี้แหละ”

          เมื่อผีเสื้อหมดอายุขัย แผ่นดินก็สร้างผีเสื้อตัวใหม่ แม้ผีเสื้อสวยงาม ทว่าไม่มีใครในหมู่พวกเราจำผีเสื้อที่เคยเห็นเฉพาะตัวใดตัวหนึ่งได้ เรามีเพียงแบบของผีเสื้อในใจ จึงอาลัยเพียงเล็กน้อยกับผีเสื้อที่ปีกขาดอยู่แทบเท้า เพราะผีเสื้อแห่งแบบยังอยู่ในใจของเรา และเรารู้ว่ามันจะไม่จากไปไหน เช่นเดียวกับที่รู้ว่าโลกจะสร้างผีเสื้อขึ้นมาใหม่ไม่สิ้นสุด ประวัติศาสตร์มีความคิดใหม่และเรื่องเล่าใหม่ๆ เสมอ
          แล้วมนุษย์ต่างกับผีเสื้อที่ตรงไหน พระเจ้าพูดไว้ว่า
          “...มนุษย์นั้น วันเวลาของเขาเหมือนหญ้า เขาเจริญขึ้นเหมือนดอกไม้ในทุ่งนา เพราะลมพัดผ่านมันไป มันก็สูญเสีย และสถานที่ของมันไม่รู้จักมันอีก แต่ความรักมั่นคงของพระเจ้านั้นดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล”

                                        จาก  :  นิตยสารสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ (โลกวรรณกรรม) 
                                        ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๑๕ วันศุกร์ที่ ๗-วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔
   
   
 
 
         
   
 
       
       
   
     
คะแนน :        สีคะแนน   :  
ตำแหน่ง :                     สีพื้น  :  
ชื่อผู้ส่ง :                     
   
   
         
 
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ u๙ePW  ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๐  ๒๓:๓๗ น.  
  
 
  
  lARE๖v http://www.LnAJ๗K๘QSpkiStk๓sLL๐hQP๖MO๒wQ๘gO.com  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๒    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ วีระชน  ๔ พ.ค. ๒๕๕๖  ๐๐:๓๑ น.  
  
 
  
  ไม่น่าเชื่อกับการเขียนด้วยเปลือกตา กับการกระพริบตาทีละตัวสะกด  แต่แล้วนั้นมันก็เป็นไปแล้ว ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า หากเป็นเราบ้างละที่มีสภาพเช่นนั้น จะทำอย่างไร? น่าคิดนะ
แต่ก็อดสงสัยอีกไม่ได้ว่า คนที่อยู่เคียงข้างเขา ที่ช่วยเขาประดิษฐ์ ความเข้าใจ ความคิดของคนที่ทำอะไรไม่ได้เลย ทำไมเขาหรือเธอคนนั้นจึง รักและเข้าใจเขามากขนาดนั้น อะไรคือ แรงผลักดันนั้น?^^
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ สุรเดช  ๑๙ ธ.ค. ๒๕๕๕  ๑๓:๕๖ น.  
  
 
  
  ได้รู้จักหนังสือเล่มนี้จากหนังสือ บุกคนสำคัญ ของนิ้วกลม
สุดยอดมากครับ...จาก เนวี่ ๕๐
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๐    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ Jacky  ๗ พ.ย. ๒๕๕๕  ๑๗:๒๓ น.  
  
 
  
  ขอบคุณสำหรับ หนังสือ ดีๆ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ์Niranam  ๒๙ มี.ค. ๒๕๕๕  ๒๐:๓๑ น.  
  
 
  
  ประวัติผู้เขียนทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องสู้ต่อไปค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๘  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ niranam  ๒๙ มี.ค. ๒๕๕๕  ๒๐:๐๘ น.  
  
 
  
  เขาคนที่น่าทึ่งมาก!!!  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ณัฐ  ๒๒ เม.ย ๒๕๕๔  ๐๙:๕๗ น.  
  
 
  
  เคยได้ยินเรื่องของคุณโทบี้ก่อนที่จะได้อ่าน
ขอบคุณที่นำมาจัดพิมพ์ให้คนไืทยได้ลิ้มรส
งานเขียนดีๆจากความพยายามเหนือคน
ในการรังสรรค์ด้วยครับ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ แฟนสำนักพิมพ์ผีเสื้อ  ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๔  ๐๙:๓๐ น.  
  
 
  
  Update ล่าสุด หนังสือเล่มนี้ได้มีการจัดทำและวางขายแล้วครับ ปกอ่อนราคา ๑๔๙.-
หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปหรือติดต่อตัวแทนจัดจำหน่ายเว็บไซด์ www.dktoday.net สั่งซื้อทางเว็บได้ครับ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ pim papillon  ๒๑ ต.ค. ๒๕๕๓  ๑๐:๓๙ น.  
  
 
  
  หนังสือดีมาก  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ไอริส  ๒๒ ต.ค. ๒๕๕๒  ๑๑:๑๕ น.  
  
 
  
  ถึงคนปกติอาจจะมองเรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับโบบี้เค้าสามารถนำเรื่องเล็กๆเหล่านั้นมาเป็นกำลังใจและไม่คิดที่จะหยุดยั้ง
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ anatch  ๒๒ ก.ย. ๒๕๕๑  ๑๕:๕๙ น.  
  
 
  
  เคยมีการบ้านให้แนะนำหนังสือหน้าชั้นเรียน เลือกหนังสือเล่มนี้ เพื่อนๆ พากันจองคิวขอยืมยาวเหยียดไม่ใช่เพราะตัวเองพูดดี แต่เนื้อหาในหนังสือช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริง ประทับใจมากๆ 
ตอนนี้หนังสือเล่มนี้ไปอยู่ที่เพื่อนคนไหนก็นึกไม่ออก อยากซื้อใหม่ เคยโทรไปถามที่สำนักพิมพ์บอกว่าไม่มีแล้ว เมื่อวานเห็นมีทำรูปเล่มใหม่แต่เป็นปกอ่อน ถามพนักงานก็ไม่ทราบว่ามีปกแข็งมั้ย .... - -! เอางายดีน๊า......
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ โบวี๋เม็กโกะ  ๔ เม.ย ๒๕๕๑  ๑๘:๒๑ น.  
  
 
  
  ชีวิตต้องสู้ค่ะ อ่านแล้วฮึดสู้ได้อีกครั้ง :-)  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ แพนด้ามหาภัย  ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๑  ๑๙:๒๘ น.  
  
 
  
  เป็นหนังสือที่อ่านแล้วเกิดกำลังใจค่ะ ชอบมาก  
     
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
ฅนไทยทุกฅน ควรมีโอกาสอ่านหนังสือได้เท่าเทียมกัน