เมื่อรัฐบาลไม่รู้จัก หนังสือ จะให้ผู้คนในชาติอ่านหนังสือกันมากๆ ได้อย่างไร
หน้าแรก
ข่าวผีเสื้อ
หนังสือ
ของที่ระลึก
บทความ
ห้องสนทนา
ของเล่น
คำถามเดิมๆ
เกี่ยวกับผีเสื้อ
บันทึกถึงผีเสื้อ
แผนที่เว็บ
ค้นหาหนังสือ :
ค้นหาละเอียด
ดอนกิโฆเต้ฯ
โรงเรียนวิชาหนังสือ
ระบบหนังสือ
หน้าแรก
>
หมวดหมู่หนังสือ
>
สารคดี - ทั่วไป
> ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ
ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ
LE SCAPHANDRE ET LE PAPILLON : JEAN - DOMINIQUE BAUBY
เขียน :
ฌ็อง - โดมินิก โบบี้
แปล :
วัลยา วิวัฒน์ศร
บรรณาธิการต้นฉบับ :
มกุฏ อรฤดี
ภาพปก :
อภิชัย วิจิตรปิยกุล
ภาพประกอบ :
พิมพ์ครั้งที่ :
๔ (กรกฎาคม ๒๕๔๕)
ปกอ่อน
๒๒๔ หน้า
น้ำหนัก :
๑๘๐.๐๐ กรัม
ขนาด :
๑๒.๒ x ๑๖.๒ x ๐.๙ ซ.ม.
ภาษาต้นฉบับพิมพ์ครั้งแรก :
ค.ศ. ๑๙๙๗
สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรก :
มกราคม ๒๕๔๑
ครั้งล่าสุด :
๒๕๔๕
รายละเอียดรูปเล่ม :
ภาษาต้นฉบับ :
ฝรั่งเศส
ภาษาที่แปลมา :
ฝรั่งเศส
กลุ่มผู้อ่าน :
มัธยมปลาย - ผู้ใหญ่
ISBN :
974-14-0239-2
ราคา :
๑๔๙.๐๐ บาท
บทความเกี่ยวข้อง ::
ทดลองอ่าน
การท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์ผู้ไม่สามารถพูด
ไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ทว่า สามารถเขียนหนังสือได้สำเร็จ
เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ วงการหนังสือในฝรั่งเศส และทั่วยุโรปต่างพากันกล่าวขานถึงหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนมิได้เขียนด้วยวิธีปกติธรรมดา เช่นนักเขียนทั้งหลาย หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็นหนังสือเล่มแรกและเพียงเล่มเดียวในโลกขณะนี้ที่เขียนโดยวิธีเลิกเปลือกตาซ้าย
ผู้เขียนหนังสือเรื่องนี้เป็นอดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร ELLE แห่งฝรั่งเศส เกิดอาการเส้นโลหิตในสมองแตกกลายเป็นอัมพาตทั้งตัว อวัยวะทุกส่วนไม่สามารถเคลื่อนไหว นอกจากตาข้างซ้ายและสมองที่เป็นปกติ แต่ในเมื่อเขาไม่สามารถพูด ยกมือหรือแม้แต่นิ้วสักข้าง เขาจะเขียนหนังสือได้อย่างไร---นี้คือเหตุผลประการแรกที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นที่สนใจ แต่นอกเหนือจากนั้นก็คือ ผู้ฅนทั้งหลายอยากรู้ว่าหนังสือที่เขาเขียนจะดีแค่ไหน
การเขียนหนังสือด้วยวิธีพิเศษนี้ ต้องอาศัยฅนช่วยเหลือขานอักษรทีละตัวเพื่อให้ผู้เขียนเลือก เลือกทีละตัว ทีละตัว ประสมกันเข้าเป็นคำ จากคำก็เป็นประโยค ทีละประโยค ทีละหน้า จนได้หนึ่งตอนรวมกันเป็นเล่ม---ผู้ช่วยเหลือต้องขานตัวอักษรนับล้านครั้ง และผู้เขียนก็ต้องเลิกเปลือกตาซ้ายนับแสนหน จึงจะได้หนังสือเล่มนี้ แต่ที่หนักหนาสาหัสสำหรับผู้เขียน ซึ่งพูดไม่ได้ กระดิกไม่ได้ก็คือ เขาต้องคิดทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อมอยู่ในสมอง เพื่อรอว่าจะเลือกอักษรตัวไหนสำหรับแต่ละคำ ถ้าเขาเกิดลืมก็เป็นอันว่าต้องเสียเวลา หรือเขียนต่อไปไม่ได้
ความยากลำบาก ทุลักทุเล ความทุกข์ทรมานและอึดอัดใจ เป็นเจ้าเหนือหัวของฅนทั้งสองเนิ่นนานกว่าสองเดือน แล้วหลังจากนั้นหนังสือเล่มนี้ ก็สำเร็จเรียบร้อยอย่างน่าภูมิใจ
นับเป็นการท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์ผู้ไม่สามารถพูด ไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ทว่าสามารถเขียนหนังสือได้สำเร็จ และเป็นหนังสือที่ดี
สำนักพิมพ์ผีเสื้อจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้อย่างประณีต พิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การทำงานของผู้แปล ซึ่งเดินทางไปยังสถานที่เกือบทุกแห่งดังปรากฏในหนังสือ พบปะสอบถามผู้เกี่ยวข้อง เขียนบทความเผยแพร่ เปิดการแถลงข่าว รวมทั้งบรรยายตอบข้อสงสัยต่างๆ แก่สื่อมวลชน เพื่อให้เรื่องราวต่างๆ ในหนังสือนี้เป็นที่กระจ่าง---หนังสือเล่มแรกในโลกที่เขียนด้วย 'ดวงตา'
* * *
ความสุขคือผีเสื้อ
ที่บินต่ำอยู่เหนือพื้นดิน
แต่ความเศร้าคือนก
มีปีกสีดำแข็งแรง
ปีกนกยกเธอขึ้นสูงเหนือชีวิต
ลอยล่องใต้แสงแดดและแมกไม้
นกแห่งความเศร้าบินสูง
ไปยังที่ที่นางฟ้าแห่งความทุกข์เฝ้ามอง
ดูรังของความตาย
(Edith Sodergran)
..................
ผีเสื้อความคิดโบกบินหรรษาอยู่เหนือร่างอัมพาตของชายช่างจินตนาการ เขาเห็นผีเสื้อตัวนั้นผ่านดวงตา อันเป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวที่ยังขยับและรับได้ ทว่าผีเสื้อบินเล่นอยู่ไม่นาน ด้วยว่าความตายนั้นเก่าแก่คงทนกว่า และสูงส่งกว่าที่ความคิดผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งจะมองเห็น ไม่ต่างจากที่ผีเสื้อเจ้าสำราญไม่สามารถบินสูงกว่านกแห่งความเศร้าซึ่งเป็นสาวกของความตาย ความเศร้าโบกบินไปถึงความหลับนิรันดร ทว่าผีเสื้อบินเรื่อยเปื่อยจากดอกไม้สู่ดอกไม้ เสพความงดงามของโลกอย่างลืมสนใจวันพรุ่ง และแล้วจึงอิ่มเอม
ตราบใดที่ความตายยังไม่มาถึง ความคิดฝันย่อมมีสิทธิ์เต็มที่กับการเบิกบานในโลกและเวลาที่เหลือ เวลาใกล้ตายและวันตายจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ (The Diving Bell and The Butterfly) เป็นสมุดบันทึกที่ไม่ใช้มือเขียนของอดีตบรรณาธิการนิตยสาร Elle ในวันสูงส่งของชีวิตนั้นเขาได้กลับกลายเป็นคนกึ่งตาย จึงจำต้องละทิ้งโลกทั้งใบไว้เบื้องหลังเพื่อนอนชมในโรงพยาบาลอยู่ปีกว่า ก่อนความตายจะกลืนกินเขาทั้งตัว
ฌ็อง-โดมินิก โบบี้ (Jean-Dominique Bauby, ๑๙๕๒-๑๙๙๗) บรรณาธิการผู้ใช้ชีวิตหรูหราเหมือนรสนิยมนำสมัยของนิตยสารที่เขาทำงานอยู่ ได้บอกเล่าเรื่องราวของผีเสื้อแห่งความคิดของเขา นางงามปีกบางตัวนี้บินวนอยู่เหนือร่างกายอัมพาตที่เจ็บปวดและหนักอึ้ง เหมือนมีชุดประดาน้ำสวมทับอยู่ตลอดเวลา แต่โบบี้ยังขยับดวงตาได้ข้างหนึ่ง เขาให้ผู้ช่วยชี้ตัวอักษรบนกระดานทีละตัว แล้วเขากะพริบเปลือกตาเพื่อเลือกตัวอักษรให้ผู้ช่วยบันทึกลงกระดาษ ด้วยวิธีนี้เอง นักประดาน้ำและผีเสื้อ จึงสำเร็จเป็นรูปเล่มภายหลังเขาลาโลกแล้ว ๓ วัน
โรคอัมพาตทั้งตัวหรือโรคชุดประดาน้ำนี้เป็นโรคสมัยใหม่อย่างแท้จริง แต่ก่อนคนที่เป็นโรคนี้จะได้ตายอย่างเรียบง่ายธรรมดา แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ทำให้การลงโทษนี้ซับซ้อนขึ้นตามปากคำของโบบี้ คนไข้กลายเป็นนักโทษในร่างของตนเอง และมีเวลาอีกมากพอสมควรก่อนจะต้องตายลงจริงๆ โรคนี้ที่ทำให้เหมือนถูกพันธนาการอยู่ภายในจึงได้ชื่อว่า Locked-in Syndrome
โบบี้เป็นชาวปารีส เขาทำงานหนังสือพิมพ์มาตั้งแต่วัยรุ่น จากนั้นจึงก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Elle เมื่อวัยย่างสี่สิบ โบบี้ภูมิใจและพอใจในเก้าอี้ประจำตำแหน่งมาแล้ว ๕ ปี และเขาคงจะย้อมสีโลกได้บาดตาบาดใจด้วยรสนิยมกว้างไกลต่อไป ถ้าไม่มีวันนั้นที่เส้นโลหิตในสมองของเขาแตกกะทันหัน หลายอาทิตย์ต่อมาเขาก็ฟื้นคืนสติ และได้มองกระจกเพื่อจะเห็นใบหน้าผิดรูปของคนป่วยที่เขาแทบจำไม่ได้ว่าเป็นใบหน้าของตัวเอง แต่โลกทั้งโลกยังคงเดิม ผู้คนของมหานครปารีสยังเคลื่อนไหวกระฉับกระเฉงเพื่อเร่งสร้างสรรค์อนาคต โบบี้ถูกโลกทั้งโลกทอดทิ้งเสียแล้ว และเขายังไม่ทันได้บอกลาโลกเก่า โลกใหม่ของเขาที่ไม่ใช่โลกหน้ากำลังอวดตัวอยู่ที่ระดับสายตา โลกที่ว่านั้นคือ โลกของนักประดาน้ำและมหาสมุทร
โลกสะท้อนเงาเป็นภาพกลับหัวบนผิวน้ำ ในหมู่ปะการังเต็มไปด้วยสีสันแปลกๆ และสิ่งมีชีวิตรูปร่างมีเอกลักษณ์ โลกสีฟ้าแกว่งไกวช้าๆ โดยมีแสงเบื้องบนส่องผ่านแสงสีขาวหักเหกับคลื่นน้ำดูเหมือนภาพลวงตา และม่านไอแดดกลางทะเลทราย บางคราวจินตนาการของโบบี้ไหวพร่าด้วยอาการกึ่งหลับกึ่งตื่นและหมดสติ
สมุดบันทึกของโบบี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่จะเปิดมุมมองใหม่แก่คนผู้มีร่างกายครบสามสิบสอง แต่กลับมองวันเวลาของชีวิตเป็นเรื่องซ้ำซาก ราวกับปรารถนาให้ชะตากรรมสุดสิ้นลง โบบี้เล่าถึงคืนวันเก่า ญาติมิตร ความคิด และความฝัน เขาเล่าถึงเพลงประจำตัว สถานที่ที่เคยเที่ยวไป อาหารที่ชอบ และรสนิยมหลายประการที่ไม่สามารถครอบครองได้อีกแล้ว รสนิยมของโบบี้ได้สะท้อนสาเหตุที่ แอล กลายเป็นนิตยสารนำพายุแฟชั่นได้อย่างสง่าผ่าเผย
โบบี้เล่าเรื่องกิจวัตรในโรงพยาบาลมากที่สุด เขาวิจารณ์สภาพโรงพยาบาลและภาพรวมของมนุษย์ที่สรุปเอาเอง เขาบอกเล่าผ่านเรื่องตลก เสียดสี และบางเรื่องโกหก เขาตีแผ่สภาพคนป่วยที่ถูกทอดทิ้ง และความไร้มนุษยธรรม เล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนมองข้าม เพียงแค่พยาบาลลืมพลิกตัวโบบี้ตามเวลาก็เป็นปัญหาใหญ่กับร่างกายของเขาแล้ว ส่วนการแกล้งไม่สนใจ เวลาคนไข้ขอให้ช่วยเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ ก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับกลุ่มมนุษย์ผู้พิการอยู่เดียวดายเหล่านี้เช่นกัน
หนังสือเล่มสุดท้ายที่เป็นเหมือนพินัยกรรมของโบบี้นี้จึงกลายเป็นปากเสียงแทนชาวแอลไอเอสอื่นๆ พวกเขาไม่เคยพูดมาก่อน และบัดนี้ก็หาได้มีโอกาสพูดมากกว่าเดิม ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ ของโบบี้ เป็นเพียงพลุดอกแรกๆ ที่เรือจวนอับปางจุดขึ้นตะโกนขอความช่วยเหลือ
ในระหว่างป่วยนี้เองที่โบบี้ได้ตั้งสมาคมผู้เป็นอัมพาตทั้งตัวเพื่อยกสถานะและศักดิ์ศรีของพวกเขา
แม้โบบี้ได้พูดเพื่อตัวเองและเพื่อนร่วมชะตากรรมอัมพาตเหมือนเขา ทว่าเหนืออื่นใด คนอ่านได้พบว่าเขาให้กำลังใจคนมีชีวิตอยู่ โบบี้ไม่สบถด่า และไม่เคยเวทนาตัวเอง เห็นได้จากครั้งหนึ่งที่เขาเล่าถึงคนทำงานในนิตยสารแอลว่า
เพื่อนร่วมงานสาวสวยที่รักทั้งหลายของผม ทูตสาวผู้ลึกซึ้งและเข้าถึงรสนิยมฝรั่งเศส ตลอดทั้งวันในห้องรับรองของโรงแรมแห่งหนึ่ง พวกคุณปั่นคำตอบในภาษาจีน อังกฤษ ไทย โปรตุเกส เชก เพื่อตอบคำถามอันเป็นอภิปรัชญายิ่งกว่า สาวแอลคือใคร ตอนนี้ผมนึกภาพพวกคุณกระจัดกระจายอยู่ตามถนนสายต่างๆ ที่สะพรึบพรั่งด้วยไฟนีออนในฮ่องกง ขายทั้งโน้ตบุ๊กและชามก๋วยเตี๋ยว พวกคุณเดินต้อยๆ ตามหลังหูกระต่ายของท่านประธานกรรมการบริหาร ซึ่งนำทุกคนสู่สนามรบด้วยท่าทางคึกคักขึงขังกึ่งสปีรู่ (การ์ตูนตลกตัวหนึ่ง-ผู้เขียน) กึ่งโบนาปาร์ต เขาจะหยุดเฉพาะเบื้องหน้าตึกระฟ้าสูงสุด มองดูอย่างท้าทายด้วยทีท่ากล้าหาญราวกับจะกลืนกินเสียทั้งหลังกระนั้นแหละ (แปลโดยวัลยา วิวัฒน์ศร)
ผีเสื้อของฌ็อง-โดมินิก โบบี้ ได้ใช้ชีวิตสุนทรีย์ที่แสนสั้นอย่างคุ้มค่า ท่ามกลางความรักของคนรอบข้างและคนอ่านมหาศาลที่เขียนมาให้กำลังใจไม่เว้นว่าง
ชุดประดาน้ำได้กำนัลของหายากเป็นโลกใต้น้ำทั้งใบให้บรรณาธิการคนนี้ เขาได้เห็นสีสันที่ต่างจากแผ่นดิน ได้สัมผัสอาณาจักรเบื้องต่ำใต้ที่มนุษย์ไม่สำคัญกว่าปลาตัวไหน บางครั้งถูกลืม หรือบางครั้งเรียกความสนใจได้มากกว่าใคร รวมทั้งเห็นความรักที่ครอบครัวมอบให้ได้ชัดเจนที่สุด ในเวลาที่ไม่เหลือใครอื่น โบบี้เห็นอดีตจรัสกว่าครั้งใด อดีตดูจะเป็นสมบัติมีค่าชิ้นแรกของเขา ขณะที่ความรักที่ลูกๆ มอบให้เป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย
แล้วนักประดาน้ำดำผุดดำว่ายสู่ท้องน้ำที่ลึกลงไปอีก ทะเลเริ่มมืดและเยือกเย็น ร่างอัมพาตอาจทำให้เห็นโลกแวดล้อมในมุมมองใหม่ๆ ก็จริง ทว่าสภาวะนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเป็นปริศนาเกินกว่าจะคิดเล่นๆ ได้อยู่นั่นเอง
ซิบกระเป๋าใบน้อยเปิดอยู่ ผมมองเห็นกุญแจห้องในโรงแรม ตั๋วรถไฟใต้ดิน และธนบัตรใบละร้องฟรังก์พับสี่หนึ่งใบคล้ายวัตถุที่ส่งมายังโลกมนุษย์ผ่านท่ออวกาศเพื่อสำรวจลักษณะที่อยู่อาศัย การขนส่งประเภทต่างๆ และการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างมนุษย์โลกด้วยกัน
ภาพที่เห็นทำให้ผมจนถ้อยคำ ได้แต่ครุ่นคิด ในจักรวาลนี้มีกุญแจสำหรับไขชุดประดาน้ำของผมไหมหนอ มีรถไฟใต้ดินสักสายซึ่งปราศจากสถานีปลายทางหรือไม่ มีเงินตราค่าสูงพอจะซื้อเสรีภาพของผมคืนมาบ้างไหม คงต้องไปแสวงหาที่อื่น ผมไปเดี๋ยวนี้แหละ
เมื่อผีเสื้อหมดอายุขัย แผ่นดินก็สร้างผีเสื้อตัวใหม่ แม้ผีเสื้อสวยงาม ทว่าไม่มีใครในหมู่พวกเราจำผีเสื้อที่เคยเห็นเฉพาะตัวใดตัวหนึ่งได้ เรามีเพียงแบบของผีเสื้อในใจ จึงอาลัยเพียงเล็กน้อยกับผีเสื้อที่ปีกขาดอยู่แทบเท้า เพราะผีเสื้อแห่งแบบยังอยู่ในใจของเรา และเรารู้ว่ามันจะไม่จากไปไหน เช่นเดียวกับที่รู้ว่าโลกจะสร้างผีเสื้อขึ้นมาใหม่ไม่สิ้นสุด ประวัติศาสตร์มีความคิดใหม่และเรื่องเล่าใหม่ๆ เสมอ
แล้วมนุษย์ต่างกับผีเสื้อที่ตรงไหน พระเจ้าพูดไว้ว่า
...มนุษย์นั้น วันเวลาของเขาเหมือนหญ้า เขาเจริญขึ้นเหมือนดอกไม้ในทุ่งนา เพราะลมพัดผ่านมันไป มันก็สูญเสีย และสถานที่ของมันไม่รู้จักมันอีก แต่ความรักมั่นคงของพระเจ้านั้นดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล
จาก : นิตยสารสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ (โลกวรรณกรรม)
ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๑๕ วันศุกร์ที่ ๗-วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔
คะแนน
:
ให้คะแนนหนังสือเล่มนี้
ผีเสื้อ 5 ตัว
ผีเสื้อ 4 ตัว ครึ่ง
ผีเสื้อ 4 ตัว
ผีเสื้อ 3 ตัว ครึ่ง
ผีเสื้อ 3 ตัว
ผีเสื้อ 2 ตัว ครึ่ง
ผีเสื้อ 2 ตัว
ผีเสื้อ 1 ตัว ครึ่ง
ผีเสื้อ 1 ตัว
สีคะแนน :
สีม่วง
สีคราม
สีน้ำเงิน
สีเขียว
สีเหลือง
สีแสด
สีแดง
ตำแหน่ง
:
จัดชิดซ้าย
จัดกลางหน้า
จัดชิดขวา
สีพื้น :
สีม่วง
สีคราม
สีน้ำเงิน
สีเขียว
สีเหลือง
สีแสด
สีแดง
ชื่อผู้ส่ง
:
ความคิดเห็นที่ ๔ ให้คะแนน
แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม
จากคุณ ไอริส ๒๒ ต.ค. ๒๕๕๒ ๑๑:๑๕ น.
ถึงคนปกติอาจจะมองเรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับโบบี้เค้าสามารถนำเรื่องเล็กๆเหล่านั้นมาเป็นกำลังใจและไม่คิดที่จะหยุดยั้ง
ความคิดเห็นที่ ๓ ให้คะแนน
แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม
จากคุณ anatch ๒๒ ก.ย. ๒๕๕๑ ๑๕:๕๙ น.
เคยมีการบ้านให้แนะนำหนังสือหน้าชั้นเรียน เลือกหนังสือเล่มนี้ เพื่อนๆ พากันจองคิวขอยืมยาวเหยียดไม่ใช่เพราะตัวเองพูดดี แต่เนื้อหาในหนังสือช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริง ประทับใจมากๆ
ตอนนี้หนังสือเล่มนี้ไปอยู่ที่เพื่อนคนไหนก็นึกไม่ออก อยากซื้อใหม่ เคยโทรไปถามที่สำนักพิมพ์บอกว่าไม่มีแล้ว เมื่อวานเห็นมีทำรูปเล่มใหม่แต่เป็นปกอ่อน ถามพนักงานก็ไม่ทราบว่ามีปกแข็งมั้ย .... - -! เอางายดีน๊า......
ความคิดเห็นที่ ๒ ให้คะแนน
แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม
จากคุณ โบวี๋เม็กโกะ ๔ เม.ย ๒๕๕๑ ๑๘:๒๑ น.
ชีวิตต้องสู้ค่ะ อ่านแล้วฮึดสู้ได้อีกครั้ง :-)
ความคิดเห็นที่ ๑ ให้คะแนน
แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม
จากคุณ แพนด้ามหาภัย ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๑ ๑๙:๒๘ น.
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วเกิดกำลังใจค่ะ ชอบมาก