ไม่ควรอ่านหนังสือกลางแสงจ้า เพื่อป้องกันดวงตาและถนอมสายตา
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > หมวดหมู่หนังสือ > บันทึกลับ ของ แอนน์ แฟร้งค์
 
 
   
 
  บันทึกลับ ของ แอนน์ แฟร้งค์   
ANNE FRANK THE DIARY OF A YOUNG GIRL (The Definitive Edition) : ANNE FRANK
เขียน :  แอนน์ แฟร้งค์    แปล :  สังวรณ์ ไกรฤกษ์
บรรณาธิการต้นฉบับ :  นุชา สิงหวิริยะ,  เพ็ญศรี ทองใหญ่ ณ อยุธยา,  มกุฏ อรฤดี
ภาพปก :  อภิชัย วิจิตรปิยกุล    ภาพประกอบ :  สมบัติของมูลนิธิแอนน์ แฟร้งค์ แห่งสวิตเซอร์แลนด์
  พิมพ์ครั้งที่ :  ๒ (พฤษภาคม ๒๕๔๓)   ปกอ่อน
  ๔๔๘ หน้า    น้ำหนัก :  ๓๙๐.๐๐ กรัม    ขนาด :  ๑๓ x ๑๘.๕ x ๒ ซ.ม.
ภาษาต้นฉบับพิมพ์ครั้งแรก :  ค.ศ. ๑๙๔๒   
  สำนักพิมพ์ผีเสื้อพิมพ์ครั้งแรก :  มกราคม ๒๕๔๒    ครั้งล่าสุด :  ๒๕๕๔
ภาษาต้นฉบับ :  เยอรมนี    ภาษาที่แปลมา :  อังกฤษ    กลุ่มผู้อ่าน :  มัธยมปลาย - ผู้ใหญ่
  ISBN :  974-14-0129-9    ราคา :  ๒๙๗.๐๐ บาท
  บทความเกี่ยวข้อง :: ทดลองอ่าน
   
 
  ไม่มีหนังสือเล่มนี้ขายบนเว็บไซต์
   
     
หนังสือสำคัญของโลก พิมพ์มากกว่า ๒๕ ล้านเล่ม
          วันที่ ๑๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๒ เด็กหญิงแอนน์ แฟร้งค์ หรือ อันเน่อ ฟรังค์ หรือชื่อเต็มว่า อันเนอลีเซอ ฟรังค์ (Anneliese Frank) ได้รับของขวัญวันเกิดอายุ ๑๓ ปี ของชิ้นหนึ่งในจำนวนหลายชิ้นที่ถูกใจเธอมากคือ สมุดบันทึกปกผ้าตาสก็อตสีแดงสลับขาว---ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า หลังจากนั้นอีกเพียงไม่นาน สมุดบันทึกเล่มนี้จะกลายเป็นสมบัติล้ำค่ายิ่งชิ้นหนึ่งของโลก
          วันที่ ๑๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๙๙ ถ้าแอนน์ แฟร้งค์ ยังมีชีวิตยืนยาวต่อมา เธอก็จะมีอายุครบ ๗๐ ปี และหากเธอยึดมั่นปณิธานที่จะเป็นนักเขียน ชาวโลกคงมีโอกาสได้อ่านหนังสือดีๆ ของเธอมากมาย ทว่าน่าเสียดาย สงครามโลกครั้งที่สองทำให้เธอจบชีวิตลงขณะอายุเพียง ๑๕ ปี กระนั้นก็ตาม ผลงานในวัยเยาว์ก็ได้กลายเป็นวรรณกรรมลือเลื่อง มิใช่ด้วยเหตุว่า เป็นผลงานของเด็กหญิงฅนหนึ่งที่ต้องเสียชีวิตในสงคราม แต่ด้วยความสามารถและอัจฉริยภาพด้านการประพันธ์โดยแท้ ความจริงข้อนี้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับกันมาเนิ่นนานกว่าครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่บันทึกส่วนหนึ่งได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แม้สิ่งที่เผยแพร่นั้นจะเก็บงำข้อความสำคัญส่วนใหญ่ไว้ 
          สถิติการพิมพ์เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ยืนยันว่า มีผู้ประทับใจหนังสือเรื่องนี้มากเพียงใด ดังที่ปรากฏการพิมพ์ฉบับตัดทอนภาษาอังกฤษ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จำนวนมากกว่า ๒๕ ล้านเล่ม ไม่นับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากกว่า ๕๕ ภาษา
          ---สำนักพิมพ์ผีเสื้อจัดพิมพ์หนังสือพิเศษเล่มนี้โดยแปลจากฉบับสมบูรณ์ (The Definitive Edition) เพื่อเป็นที่ระลึกด้วยความเคารพยกย่องอย่างยิ่ง และเพื่อยืนยันว่า 'การอ่านและการเขียนสิ่งที่ดีนั่น มีอานุภาพใหญ่หลวงนัก'

                              ความนำสำนักพิมพ์
                              สำนักพิมพ์ผีเสื้อ (ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑)

* * *

นอกจากแอนน์ แฟร้งค์ จะเป็นตัวแทนของสิ่งนานัปการแล้ว เธอยังเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของหนังสือ สมุดบันทึกที่เธอเก็บไว้ช่วงปี ค.ศ. ๑๙๔๒-๑๙๔๔  ณ ที่ซ่อนลับชั้นบนตึกโรงงานในกรุงอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นสถานที่หลบซ่อนตัวของเธอและครอบครัวจนกระทั่งเหล่านาซีมาพบในที่สุด บันทึกนี้ทำให้แอนน์ แฟร้งค์ กลายเป็นบุคคลน่าจดจำที่สุดฅนหนึ่งจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ หากไม่นับฮิตเลอร์ซึ่งประกาศว่าเชื่อในหนังสือเช่นกัน จะว่าไปแล้ว ฮอโลคอสต์นี้เริ่มต้นด้วยหนังสือและจบลงด้วยหนังสืออีกเล่มหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้ว บันทึกของแอนน์ดำรงอยู่ ... แอนน์ แฟร้งค์มีชัยเหนือฮอโลคอสต์ เหนือความเป็นยิว ความเป็นเด็กสาว และแม้แต่ความดีงาม เธอได้กลายเป็นบุคคลผู้เป็นที่สักการะในโลกสมัยใหม่ ในโลกที่จิตใจผู้คนหมองจากการทำลายล้างด้วยเครื่องจักร แอนน์ แฟร้งค์ยืนยันสิทธิในการมีชีวิต ในการถาม และหวังถึงอนาคตของมนุษยชาติ
          ---เมื่อนาซีบุกฮอลแลนด์ ครอบครัวแฟร้งค์กลายเป็นเหยื่อของเอกภพที่ถูกจัดการให้คับแคบลง เช่นเดียวกับครอบครัวชาวยิวอื่นๆ เริ่มด้วยกฎห้ามชาวยิวทำสัญญาธุรกรรม ตามด้วยการเผาหนังสือฅนยิว กฎที่เรียกว่าอาร์ยันส่งผลต่อการสมรสข้ามเชื้อชาติ ชาวยิวถูกห้ามเข้าสวนสาธารณะ ชายหาด โรงหนัง และห้องสมุด ถึงปี ค.ศ. ๑๙๔๒ ชาวยิวต้องเย็บดาวสีเหลืองติดเสื้อผ้า ตามด้วยการไม่ให้ใช้บริการโทรศัพท์และจักรยาน สุดท้ายเมื่อถูกกักอยู่ในบ้าน พวกเขาจึง "ปลาสนาการไป"
          ---แอนน์พบอิสรภาพในบันทึกที่เธอได้รับในวันเกิดครบรอบ ๑๓ ปี เธอเขียนไว้ต้นเล่มว่า "หวังว่าเธอจะเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการปลอบประโลมใจฉัน" ... หนึ่งปีก่อนแอนน์จะเสียชีวิตจากโรคไทฟอยด์ที่ค่ายกักกันแบรกเกิ้น-เบลเซิ่น ในเยอรมนี เธอเขียนว่า "ฉันอยากเป็นประโยชน์ และทำให้ผู้ฅนรอบตัวที่ยังไม่รู้จักฉันดีได้เพลิดเพลิน  ฉันต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้หลังความตายของฉัน!"
          ---แอนน์ แฟร้งค์ แสดงต่อโลกในสมุดบันทึกนี้ว่าเธอเป็นฅนดีเพียงไร และแสดงว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเข้าอกเข้าใจยอมรับความเป็นมนุษย์ปุถุชนของตัวเอง แม้กระทั่งในสถานการณ์เลวร้าย บันทึกนี้บอกว่าเรามีแต่เรื่องเล่าของเรา และควรค่าที่จะแลกชีวิตนี้ได้ เพื่อให้เรื่องนั้นดำเนินไปถูกต้องดีงาม
          นับเป็นเรื่องน่าสนใจที่สถานที่ซ่อนตัวของแอนน์ถูกปกปิดด้วยตู้หนังสือซึ่งหมุนเปิดได้ แอนน์ถูกปกป้องโดยหนังสืออยู่ชั่วระยะหนึ่ง แต่แล้วนาซีผลักหนังสือออกไปเพื่อให้ได้ตัวเธอ เขาฆ่าหนังสือก่อน แล้วฆ่าเด็กๆ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือแอนน์หนีรอดไปแล้ว

                              *  เรียบเรียงจาก Time ๑๐๐: Anne Frank (ค.ศ. ๑๙๙๙) ผู้เขียน โรเจอร์ โรเซ็นแบล็ตต์  โดย เฟย์

* * *

บันทึกที่ไม่ลับของแอนน์ แฟรงก์

เดี๋ยวนี้ หลายๆ คนนิยมเขียนไดอะรีลงบนบล็อกต่างๆ บางคนได้แค่เก็บเอาไว้อ่านส่วนตัว ขณะที่บางคน...เรื่องราวที่บันทึกลงในไดอะรีกลับกลายเป็นสิ่งที่ขายได้
          ไม่มีคนเขียนไดอะรีคนไหนโด่งดังเทียบเท่า “แอนน์ แฟรงก์” หรือ “อานเนอ ฟรังก์” เด็กหญิงชาวยิวในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่บันทึกเรื่องราวมุมมอง และความรู้สึกของตัวเธอเอาไว้ ขณะที่หลบซ่อนตัวอยู่ในห้องลับ
          ย้อนไปเมื่อปี ๑๙๔๔ แอนน์ แฟรงก์ ถูกตำรวจเกสตาโปของเยอรมันนาซีจับตัวได้ พร้อมกับคนอื่นๆ ในครอบครัวแฟรงก์ ทั้งหมดถูกส่งไปยังค่ายกักกันนาซีที่ยุโรปตะวันออก เกือบทุกคนไม่มีชีวิตรอดจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมทั้งแอนน์ด้วย มีเพียงไดอะรีที่เธอเริ่มเขียนตั้งแต่วันเกิดอายุ ๑๓ เมื่อปี ๑๙๔๒ รอดมาจากภัยสงคราม ก่อนจะกลายเป็นไดอะรีที่โด่งดังที่สุดในโลก ได้รับการแปลไปกว่า ๕๐ ภาษา หลายประเทศในยุโรป บรรจุไดอะรีของแอนน์เอาไว้ในตำราเรียน
          อันนาลิส มารี ฟรัก์ หรือ แอนน์ แฟรงก์ เกิดที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อ ๑๒ มิ.ย. ๑๙๒๙ เธอเป็นลูกคนที่ ๒ ของออตโต ฟรังก์ กับเอดิท ฟรังก์-ฮอลแลนเดอร์ ๒ ตระกูลเชื้อสายยิวที่มีรกรากอยู่ในเยอรมนีมาแล้วหลายศตวรรษ
          ครอบครัวแฟรงก์ต้องอพยพไปยังอัมสเตอร์ดัมเมื่อนาซีขึ้นมาเรืองอำนาจในปี ๑๙๓๓ โดยออตโต ประสบความสำเร็จในธุรกิจค้าเครื่องเทศและแยม แอนน์เข้าเรียนในโรงเรียนธรรมดาร่วมกับเด็กชาวดัตช์ทั่วไป กระทั่งนาซีบุกเข้ามาถึงอัมสเตอร์ดัมทำให้เธอต้องย้ายไปเรียนโรงเรียนเฉพาะเด็กยิว
          ออตโตเริ่มตระเตรียมช่องทางหนีทีไล่ โดยสร้างห้องลับในโกดังเก็บของของโรงงานของเขาเองในอัมสเตอร์ดัม โดยมีเพื่อนบ้านชาวคริสเตียนผู้ใจบุญคอยส่งข้าวส่งน้ำ
          แอนน์เริ่มเขียนไดอะรีในวันเกิดอายุ ๑๓ ปีของเธอ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตแต่ละวันๆ รวมทั้งความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนๆ ทั้งบันทึกยังสังเกตการณ์ความเป็นไปรอบๆ ตัวที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ตลอดระยะเวลา ๒ ปี ที่ครอบครัวแฟรงก์ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องลับอันคับแคบ แอนน์ก็ยังคงเขียนบันทึกลับซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์สะเทือนใจ อารมณ์ขัน และการมองโลกอย่างทะลุปรุโปร่งเกินเด็ก
          ในปี ๑๙๔๔ ข่าวคราวการยกพลขึ้นบกของทหารสัมพันธมิตรในนอร์มองดี ทำให้แอนน์เริ่มมีความหวังว่า ฮอลแลนด์จะได้รับการปลดปล่อยในเวลาไม่ช้า และชาวยิวที่อยู่กันอย่างเบียดเสียดในห้องเล็กๆ แห่งนี้จะได้กดชักโครกกำจัดของเสียกันสักครั้ง พร้อมทั้งมีชีวิตที่เป็นอิสระ ทว่า...ความฝันของเธอไม่จริง
          วันที่ ๑ ส.ค. ๑๙๔๔ คือวันสุดท้ายที่เธอจดบันทึก เรื่องราวลงในไดอะรีบันลือโลก ๓ วันหลังจากนั้น พวกเธอถูกจับได้ และถูกส่งไปค่ายกักกัน โดยในเดือนก.ย. ๑๙๔๔ แอนน์และครอบครัวถูกส่งไปยังค่ายกักกันเอาส์ชวิตซ์ ในโปแลนด์ พอปลายปี ๑๙๔๔ เมื่อรัสเซียสามารถปลดปล่อยโปแลนด์ได้ แต่แอนน์กับพี่สาวของเธอ มาร์โกต์ ก็ถูกส่งไปค่ายกักกันแบร์เงนเบลเซนในเยอรมนี ทั้งคู่ติดเชื้อไข้รากสาดและเสียชีวิตต้นเดือน มี.ค. ๑๙๔๕ ค่ายกักกันดังกล่าวได้รับการปลดปล่อยจากอังกฤษในอีกเพียงเดือนเดียว
          ออตโต แฟรงก์ เป็นคนเดียวในครอบครัวที่รอดชีวิตจากค่ายกักกัน หลังจากเขาเดินทางกลับมายังอัมสเตอร์ดัม และพบกับ มีป กีส ซึ่งเคยเป็นพนักงานบริษัทเขา และเป็นคนเดียวกับที่คอยส่งข้าวส่งน้ำตลอดเวลา ๒ ปี เธอมอบไดอะรีของแอนน์ที่เธอพบให้ออตโต โดยในปี ๑๙๔๗ บันทึกลับแอนน์ แฟรงก์ พิมพ์ออกมาในภาษาดัตช์ ภายใต้ชื่อ Het Achterhuis:Dagboekbrieven van ๑๒ Juni ๑๙๔๒- ๑ Augustus ๑๙๔๔ (The Annex: diary notes from ๑๒ June ๑๙๔๒-๑ August ๑๙๔๔) หรือรู้จักกันในนาม The Diary of a Young Girl กลายเป็นหนังสือขายดี ทั้งได้รับการแปลไปกว่า ๕๐ ภาษาทั่วโลก จนถึงปัจจุบันขายไปแล้วกว่า ๒๕ ล้านเล่ม ในบางประเทศเปลี่ยนชื่อปกเป็น The Diary of Anne Frank ซึ่งได้กลายเป็นวรรณกรรมซึ่งเป็นปากเสียงของชาวยิว ๖ ล้านคนที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปอย่างเงียบเชียบ
          ใน “บันทึกลับของแอนน์ แฟรงก์” แบ่งออกเป็น ๓ ช่วง ช่วงแรกเขียนระหว่างวันที่ ๑๒ มิ.ย. ๑๙๔๒ – ๕ ธ.ค. ๑๙๔๒ ช่วงที่ ๒ เริ่มเขียนวันที่ ๒๒ ธ.ค. ๑๙๔๓ – ๑๗ เม.ย. ๑๙๔๔ คาดว่าวันที่ขาดหายไปคงจะหาต้นฉบับไม่เจอ แต่แอนน์ได้เขียนซ้ำบางส่วนไว้ในช่วงที่ ๓ ที่บันทึกระหว่างวันที่ ๑๗ เม.ย. – ๑ ส.ค. ๑๙๔๔ อันเป็นวันสุดท้ายที่เธอสามารถเขียนไดอะรี
          บันทึกแรกๆ ของเธอยังคงใช้วิธีการบอกเล่าความเป็นไปที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว แต่พอนานวันเข้าเธอเริ่มสร้างตัวละครต่างๆ โดยเฉพาะการยืมมาจากนิทานที่เคยอ่าน เช่นเรื่อง Joop ter Heul ของซิลซี ฟาน มาร์กซ์เวลดต์ จู๊ป ตัวละครในเรื่องที่เป็นเด็กสาวแก่นเซี้ยว ก็ชอบเขียนไดอะรีเหมือนกับแอนน์ และแล้วเพื่อนๆ ของจู๊ปก็กลายมาเป็นเพื่อนๆ ของแอนน์ด้วย ในไดอะรีของเธอ ไม่ว่าจะเป็น คิตตี คอนนี มารีแอนน์ หรือเอมมี โดยคนแรกคือคิตตีนั้นไปพ้องกับชื่อเพื่อนที่มีตัวตนจริงๆ ของเธอ เป็นคนที่เธอเรียกว่า “เพื่อนที่เชื่อใจได้” คือ คิตตี อีไกดี ซึ่งภายหลังได้เขียนหนังสืออุทิศให้แอนน์ แฟรงก์ด้วย
          ด้วยความปรารถนาของแอนน์ที่บันทึกเอาไว้ว่าเธอต้องการจะแก้ไขข้อเขียนในไดอะรีของเธอใหม่ในการพิมพ์ครั้งที่ ๒ ออตโตจึงได้เพิ่มเติมหลายๆ ส่วนเข้าไปใน The Diary of Anne Frank ไม่ว่าจะเป็นโน้ตพิเศษต่างๆ ที่เธอเขียนเอาไว้ในไดอะรีเล่มเดิมรวมทั้ง ภาพสเกตช์ต่างๆ ที่มีอยู่ตลอดเล่ม มีเพียงเนื้อหาที่เกียวกับการก้าวเข้าสู่วัยสาวเท่านั้นที่ไม่ได้ใส่ลงไป
          หนังสือเล่มนี้กระทบกระเทือนใจคนทั่วโลกที่ได้อ่าน แม้ว่าเวลาจะผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม

                                        จาก  :  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ (Classic โดย สนโบราณ หน้า ๗) 
                                        ฉบับวันเสาร์ที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ.  ๒๕๕๐
   
   
 
 
         
   
 
       
       
   
     
คะแนน :        สีคะแนน   :  
ตำแหน่ง :                     สีพื้น  :  
ชื่อผู้ส่ง :                     
   
   
         
 
 
 
 
  ความคิดเห็นที่ ๖๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ หูกวาง  ๒ ส.ค. ๒๕๕๗  ๑๗:๕๖ น.  
  
 
  
  หาซื้อได้ที่ไหนคะ?
สนใจมาก อยากได้มากๆเลย
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ขนมหวาน  ๑๒ เม.ย ๒๕๕๗  ๑๐:๒๖ น.  
  
 
  
  เป็นหนังสือที่อ่านแล้ว น้ำตาไหลได้โดยอัตโบัติ บางครั้งยิ้มไปกับกิจวัตรของเธอคนนี้ บางครั้งยี้หน้าตาตามคำพูดของเธอ และสุดท้ายสงสารเธอและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ชั่วขณะนั้น อย่างจับใจ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖๒    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ คนไทยต่างแดน  ๒๒ ก.พ. ๒๕๕๗  ๑๖:๑๖ น.  
  
 
  
  ฉันเป็นคนไทยที่ไปใช้ชึวิตหยู่ Nederlandse และก็สนใจประวัติของเธอเพราะได้เรึยนมาก็เลยได้เห็นสถานที่จรีงวันที่ฉันไปดูไม่น่าเชื่อว่าต้องยีนรอเข้าชมประมาณ๓ชั่วโมงเพราะว่าคนมาจากทั่วทุกสารทิศพอเข้าไปแล้วน๋้าตาไหลหย่างไม่รู้ตัว ถ้าใครมีโอกาสไแชมขอบอกคะเกินค๋าบรรยาย  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ little maple  ๒๓ พ.ย. ๒๕๕๖  ๑๘:๕๐ น.  
  
 
  
  ชอบมากค่ะ หาซื้อได้ที่ไหนคะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖๐  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ลิขิต นันทวงศ์  ๗ ก.ย. ๒๕๕๖  ๒๐:๕๑ น.  
  
 
  
  อ่านจบแล้ว สงครามมันน่ากลัวมาก ข้อมูลที่ได้รับเป็นข้อมูลสดๆจากที่เกิดเหตุ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ สสส  ๑๕ ส.ค. ๒๕๕๖  ๑๕:๔๖ น.  
  
 
  
  ซึ่งอ่ะ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๘    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ นภชนก  ๓ ส.ค. ๒๕๕๖  ๐๒:๓๕ น.  
  
 
  
  มีขายที่ไหนไหมค่ะ ช่วยติดต่อข้อมูลมาที่ napachanok_kae๑@hotmail.com  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ปนัดดา  ๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๖  ๑๑:๐๘ น.  
  
 
  
  แอนน์ แฟร้งค์ เป็นเด็กที่ฉันชื่นชอบที่สุด และเป็นบาดาลใจของฉันแต่ฉันยังไม่ได้อ่านหนังสือของเธอเสียดายมากแต่ฉันรู้ประวัติของเธออยูู่น่ะ ตอนนี้กำลังหาอ่านอยู่  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ นักศึกษา ประวัติศาสตร์ สงครามโลก  ๒๗ ม.ค. ๒๕๕๖  ๒๐:๒๔ น.  
  
 
  
  ผมเคยอ่านมาหลายเล่มครับ และเคยดูภาพยนต์มาแล้ว ทำให้ผมได้ตั้งใจที่จะศึกษาเป็นอย่างมาก ผมชอบมากครับ ลองคิดมาเปรียบเทียบกับชีวิตของตัวเราเองแล้ว มันมีความกดดันและความกลัวค่อนข้างมากครับ ถือว่าแอนน์ เป็นหญิงสาวที่มีจิตใจแข็งแกร่งคนหนึ่ง ที่โลกยอมรับครับ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ใบเตย  ๖ ม.ค. ๒๕๕๖  ๑๑:๑๙ น.  
  
 
  
  หนังสือเรื่องบันทึกลับของแอน แฟรงค์ มอบแรงบนัดาลใจให้คนอ่านในหลายๆด้านค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ แยม  ๒๐ ต.ค. ๒๕๕๕  ๑๖:๓๕ น.  
  
 
  
  เป็นที่น่าเสียใจอย่างมาก เพราะคนๆเดียวทำให้ชีวิตของแอนต้องเป็นแบบนี้  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ผู้เป็นใหญ่แห่งท้องทะเล  ๑๓ ส.ค. ๒๕๕๕  ๑๘:๑๔ น.  
  
 
  
  เป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ พิมพ์  ๕ ส.ค. ๒๕๕๕  ๑๙:๕๕ น.  
  
 
  
  เสียดายที่แอนเสียชีวิตก่อนแต่ก็มีความสุขที่พ่อของเอามาตีพิมพ์  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ พั้นธ์ ผู้ติดตามชีวิตของแอนน์ แฟร้ง  ๖ ก.ค ๒๕๕๕  ๑๗:๔๑ น.  
  
 
  
  แอนน์ เก่งมาก สามารถต่อสู้กับเรื่องราวอันโชคร้าย
แล้วอยากได้หนังสือมากๆไม่สยามพารากอน
ซื้อได้อีกที่ไหนค่ะหาอยากมาก
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕๐  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ วาวา  ๘ มิ.ย. ๒๕๕๕  ๑๙:๓๐ น.  
  
 
  
  หาซืีอได้ที่เซนทรัลค่ะร้านB๒S  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ พั้นธ์  ๒๖ พ.ค. ๒๕๕๕  ๑๒:๕๔ น.  
  
 
  
  แอนน์ แฟร้งเก่งมากอดทนที่ยืนหยัดต่อสู้และชาวยิวทุกคนด้วย
คนดีดีอย่างแอนน์ไม่น่าอายุสั้นเลยถ้าแอนน์อยู่ปัจจุบันอายุ๗๐กว่าปี
แอนน์ต้องลำบากจดบันทึกบนเศษกระดาษเท่าที่จะหาได้
และอยากได้หนังสือสามารถซื้อที่ไหนค่ะ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๘  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เดกเรียน  ๔ ก.พ. ๒๕๕๕  ๑๕:๔๗ น.  
  
 
  
  ชอบมากค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ nutty  ๑๗ ม.ค. ๒๕๕๕  ๑๗:๕๙ น.  
  
 
  
  หนูหาซื้อไม่ได้เลยค่ะ สนใจเรื่องนี้เพราะว่าเพื่อนเล่าให้ฟังแม้แต่ร้านหนังสือใหญ่ๆก็ยังไม่มีเลย หาซื้อได้ที่ไหนบ้างค้ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ หญิง  ๓๑ ธ.ค. ๒๕๕๔  ๒๒:๔๓ น.  
  
 
  
  เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ดีมาก  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ขจรศักดิ์ หอมรอด  ๑๘ ธ.ค. ๒๕๕๔  ๐๗:๔๐ น.  
  
 
  
  อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วสะเทือนใจกับชะตากรรมของผู้ได้รับในยุคที่ลัทธินาซี เรืองอำนาจ ไม่รู้ว่าจิตใจมนุษย์ผู้มีอำนาจในช่วงนั้นถูกครอบงำด้วยอะไร ถึงได้โหดร้าย อำมหิต ไม่เลือกหน้า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีสิ่งนี้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้มาก่อนแล้ว  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เด็กน่ารัก  ๓๐ พ.ย. ๒๕๕๔  ๑๗:๑๔ น.  
  
 
  
  ชอบมากค่ะ เพราะ อ่านหนังสือมาค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ noiiz  ๒ พ.ย. ๒๕๕๔  ๒๑:๕๗ น.  
  
 
  
  เพิ่งเคยได้อ่านหน่ะค่ะ
ตอนนี้อยากได้เก็บไว้

ยังพอมีให้หาซื้ออยู่ไหมค่ะ ??
กลัวไปที่ คิโนะคูนิยะ แล้วไม่มี ไม่อยากไปเสียเที่ยวหน่ะค่ะ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ สุดยอด  ๑๗ ต.ค. ๒๕๕๔  ๑๖:๓๑ น.  
  
 
  
  สุดยอด  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ จากคุณ นิ้ง  ๑๑ ต.ค. ๒๕๕๔  ๐๙:๓๖ น.  
  
 
  
  อยากได้หนังสือเล่มนี้จังค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔๐  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ลูกแก้ว  ๑๐ ต.ค. ๒๕๕๔  ๒๑:๕๒ น.  
  
 
  
  หนังสือเล่มนี้มีวางขายที่ร้านคิโนะคูนิยะ สยามพารากอนครับ เป็นปกแข็งเท่านั้น มี ๓ สีให้เลือกคือเทา น้ำเงิน และแดง  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ มายด์  ๑๓ ก.ย. ๒๕๕๔  ๒๑:๕๐ น.  
  
 
  
  อยากได้หนังสือค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๘  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ผู้ไม่ประสงจะออกนาม  ๒ ก.ย. ๒๕๕๔  ๑๔:๕๐ น.  
  
 
  
  เคยอ่านหนังสือเล่มนี้เเล้ว.....น่าสงสารชาวยิวมากๆๆๆๆๆๆๆ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ สก๊อต  ๒๑ ส.ค. ๒๕๕๔  ๑๔:๑๙ น.  
  
 
  
  อยากได้มากเลย หาซื้อมา ๒ ปีกว่าแล้ว อยากทราบว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนครับ อยากอ่านจริงๆ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๖    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม  ๒๙ พ.ค. ๒๕๕๔  ๑๓:๓๓ น.  
  
 
  
  มีหนังสือเล่มนี้มีขายอยู่รึเปล่าครับ อยากได้  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๕    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ อยากอ่าน  ๑๖ พ.ค. ๒๕๕๔  ๐๒:๔๖ น.  
  
 
  
  ทำไมเข้าไม่เอาเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเข้าสู่วัยสาวเข้าไปด้วยละ อย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับแอนน์  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ Wan  ๒๘ เม.ย ๒๕๕๔  ๑๙:๔๖ น.  
  
 
  
  หนังสือเล่มนี้ได้อ่านมาแล้วเมื่อประมาณ๗-๘ปีก่อนได้ แต่ช่วงวัยนั้นยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องสงครามเลยยังเข้าไม่ถึงชีวิตของเธอ(แอนน์ แฟรงก์)ตอนนี้อยากมีหนังสือเล่มนี้มาครอบครองจิงค่ะหลังจากอ่าน ฮิตเลอร์ นาซี บุรุษผู้คิดคว่ำโลก...  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ หนอน  ๕ เม.ย ๒๕๕๔  ๑๓:๐๕ น.  
  
 
  
  เคยได้อ่านของคนรู้จัก ชอบค่ะ อยากได้บ้าง ทำไงดี  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ นร.ประถมปลาย  ๒๐ ก.พ. ๒๕๕๔  ๑๕:๓๘ น.  
  
 
  
  เฮ้อ! ............น่าสงสารจัง  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เด็กนักเรียนม.ต้น  ๔ ก.พ. ๒๕๕๔  ๒๒:๐๐ น.  
  
 
  
  อ่านแล้วแต่เป็นฉบับการ์ตูน ร้องไห้เลย น่าสงสารชาวยิวมากค่ะรวมทั้งครอบครัวของแอนน์ แอนน์น่าจะมีชีวิดอยู่จนถึงทุกวันนี้เราจะได้อ่านหนังสือดีๆที่แอนน์เขียนขึ้นมา เสียดายจังค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓๐  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เด็กหน้าแก่  ๑ ก.พ. ๒๕๕๔  ๑๙:๓๕ น.  
  
 
  
  เพิ่งได้อ่านวันนี้คับชอบมากคับสงสารชาวยิวมากคับ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ นักเรียนม.ปลาย  ๕ ม.ค. ๒๕๕๔  ๑๔:๓๐ น.  
  
 
  
  ได้อ่านแล้วค่ะ
รู้สึกว่าตื่นเต้น...สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ....ที่สมัยนั้นมีแต่ความโหดร้าย
เหมือนได้ย้อยไปในสมัยนั้น
ยืมที่ห้องสมุดโรงเรียน
อยากอ่านอีกครั้งหนึ่ง
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๘  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ น้อย  ๑๖ ธ.ค. ๒๕๕๓  ๒๐:๐๑ น.  
  
 
  
  อ่านแล้วสะเทือนใจค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ JIGSAW  ๕ พ.ย. ๒๕๕๓  ๒๓:๔๙ น.  
  
 
  
  อยากอ่านมากค่ะ  ได้รับอิทธิพลความอยากมาจากหนังสืออีกเล่มหนึ่ง  นั่นคือเหตุผลที่ทำให้อยากอ่าน

ไม่ทราบว่าพอจะมีหนังสือเล่มนี้เหลือบ้างไหมคะ  ช่วยบอกหน่อยนะคะซื้อได้ที่ไหน  อยากได้จริงๆค่ะ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ อลิน  ๒๖ ก.ย. ๒๕๕๓  ๒๐:๑๗ น.  
  
 
  
  ถ้าวันนั้นแอนน์ไม่เขียนบันทึกเล่มนี้ ตอนนี้เราคงไม่มีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวของเธอเลยนะคะ  น่าสงสารเธอนะคะที่ต้องจบชีวิตลงทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย การกระทำของคนโหดร้ายถึงเพียงนี้เลยนะคะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ๑๗๘  ๘ มิ.ย. ๒๕๕๓  ๒๑:๐๔ น.  
  
 
  
  เป็นหน้งสือที่นำเสนอความเป็นอยู่ของคนในยุคนั่นด้ายดี  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๔    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ pak  ๒๗ เม.ย ๒๕๕๓  ๑๕:๔๒ น.  
  
 
  
  คุณ Dora 
ในเมนู "คำถามเดิม ๆ" เค้าบอกไว้ว่า
ถาม : หาซื้อหนังสือบางเล่มของสำนักพิมพ์ผีเสื้อไม่ได้ ทำอย่างไรดี

ตอบ : หาซื้อหนังสือบางเล่มของสำนักพิมพ์ผีเสื้อไม่ได้ สั่งซื้อจากสำนักพิมพ์ผีเสื้อโดยตรงได้ครับ เพราะหนังสือหลายเล่มขาดตลาดไปนานแล้ว วิธีการสั่งซื้อก็คือ แจ้งชื่อและที่อยู่ที่จะส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมแสตมป์ ๑๕ บาท ส่งไปยังสำนักพิมพ์ผีเสื้อ สำนักพิมพ์จะส่งรายชื่อหนังสือและวิธีการสั่งซื้อให้
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ Dora  ๒๑ เม.ย ๒๕๕๓  ๒๑:๔๔ น.  
  
 
  
  อยากซื้ออ่านค่ะ จริงๆ เคยซื้ออ่านแล้ว แต่หายไป คาดว่าจะถูกมือดีจิ๊กไป -*- อยากทราบว่าจะซื้อได้ที่ไหนคะ หรือสั่งซื้อก็ได้ค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ แพท  ๓๐ ม.ค. ๒๕๕๓  ๑๖:๐๔ น.  
  
 
  
  ได้ยินชื่อค่ายกักกันของชาวยิวได้อ่านรายละเอียดแล้วรู้สึกหดหู่มากที่มนุษย์ทำร้ายกันได้เพียงเพราะพวกเขาเป็นชาวยิว!! บันทึกลับฯเล่มนี้สนุกมากๆเลยค่ะแนะนำให้อ่านค่ะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เกลียดลุงหนวดจุ่มจิ๋ม  ๑ ธ.ค. ๒๕๕๒  ๑๑:๓๗ น.  
  
 
  
  อยากอ่านมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆพิมพ์เพิ่มสิคะจะหาซื้อ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒๐  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เลิฟ  ๓๐ ต.ค. ๒๕๕๒  ๐๙:๔๓ น.  
  
 
  
  บันทึกเล่มนี้สนุกมาก
แอนน์ใด้รับสมุดบันทึกนี้ตอน
อายุ๑๓ปี
อ่านแล้วไม่เบื่อเลยสนุกมาก
แต่น่าเสียดายเธอจบชีวิตลงขณะอายุเพียง ๑๕ ปี
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ณัฐกมล ๐๘๓-๒๑๒๕๑๕๕  ๑๔ ต.ค. ๒๕๕๒  ๒๑:๕๗ น.  
  
 
  
  หนังสือเล่มนี้ เคยอ่านเมื่อ ๘ ปีที่แล้ว อ่านแล้ว วางไม่ลงเลย อ่านไม่กี่วันก้จบ เพราะ เนื้อเรื่องนั้นน่าทึ่ง แอนน์ เป็นคนฉลาด เธอสามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่เธอเป็นคนที่รักการเรียนรุ้ และ รักการอ่าน เธอจึงได้รับของขวัญวันเกิดเป็นสมุดบันทึก ซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดที่เยี่ยมยอดที่สุด ทำให้เกิดบันทึกประวัติศาสตร์ เรื่องราวของชาวยิวกลุ่มหนึ่งที่ซ่อนตัวหลังกำแพงเพื่อหลบหนีนาซีผู้โหดร้าย เราแปลกใจ อยู่ได้ยังไงนะ ที่แคบๆอย่างนั้น อยู่กันตั้งหลายคน อยู่แบบเงียบๆห้ามเสียงดัง แถมยังถูกกดดันด้วยความตายที่อาจเกิดขึ้นหากนาซีจับได้ อยู่ได้ตั้งเป็นปีๆ อ่านแล้วได้ข้อคิดมากมายทีเดียวค่ะ อย่างแน่นอนที่สุด คือ ความกระหายอำนาจของคนนั้นน่ากลัวที่สุด 

รักหนังสือเล่มนี้ ตอนนี้อยากได้เป็นเจ้าของมากมาย หามานานแล้วตามร้านหนังสือต่างๆ แต่ยังไม่เจอ ไม่ทราบว่า ทางสนพ.ผีเสื้อยังมีอีกหรือไม่ แล้วจะซื้อได้ที่ไหน 

ขอบคุณ แอนน์ และ สนพ.ผีเสื้อที่ทำให้เราได้อ่านเรื่องราวดีๆ มากด้วยคุณค่า
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๘  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ภักดิ์  ๓๐ ก.ย. ๒๕๕๒  ๒๓:๒๔ น.  
  
 
  
  อยากได้ปกแข็งเหมือนกัน แต่คงหาได้ยากมากแล้ว
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ LSK  ๙ ก.ย. ๒๕๕๒  ๑๒:๒๒ น.  
  
 
  
  แอนน์ แฟร้งค์เก่งสุดๆ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ด.ญ.กมลชณก (คิตตี้)  ๓๑ ก.ค ๒๕๕๒  ๑๙:๒๘ น.  
  
 
  
  ชอบมากคะ  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ dhanitar  ๒๔ ก.ค ๒๕๕๒  ๒๒:๔๔ น.  
  
 
  
  แอนน์ แฟรงค์เขียนได้ดีและดีขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าถ้าเราเขียนบ่อยๆ ก็จะเก่งได้แบบเธอ

เธอเล่าว่าเธออ่านทวนอยู่เรื่อยและปรับแก้ตลอด ระหว่างนั้นเธอก็เรียนหนังสือ อ่านวรรณกรรมต่างๆ ไม่หยุด การอ่านและการเขียนสม่ำเสมอก็เพิ่มทักษะของเธอเห็นได้ช้ดเจน

ตอนที่เธอเล่าเรื่องที่มีการพูดทางวิทยุให้ชาวดัทช์เขียนไดอารีไว้ เพื่อไว้กลับมาอ่านในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะมีคุณค่ามาก เธอบอกว่าเขียนยังไงก็ไม่อาจบรรยายความเลวร้ายของเหตุการณ์ไว้ได้หมด การที่คนทั่วไปกลายเป็นขโมย แม้แต่เด็กๆ ก็เป็นไปด้วย การเข้าคิว บัตรปันส่วนที่ไม่เคยพอเพียงใช้ได้แค่ ๒ วันรองเท้าก็เก่าพังถ้าจะเอาไปซ่อมก็ยากที่จะมีคนรับซ่อม ถ้ามีก็ต้องรอไป ๔ เดือน และระหว่างนั้นรองเท้าที่ทิ้งไว้ให้ซ่อมก็อาจจะหายไปแล้ว ...บ้านที่ต้องมีคนอยู่ ถ้าเผลอ หรือทิ้งไว้ก็จะถูกคนเข้าไปลักขโมยทรัพย์สินไปสิ้นในพริบตา...
อ่านแล้วเศร้านะคะ

และมีตอนหนึ่งที่เธอเล่าเรื่องเธอกับแม่ เธอมาทบทวนเรื่องเก่าๆ ที่เขียนไว้ เธอว่าเธอไม่อยากเชื่อที่เธอเคยว่าแม่ไว้ต่างๆ นานา เธอรู้สึกว่าเธอไม่น่าพูดว่าไม่รักแม่ เธอรู้ว่าเธอทำไม่ดี แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้อย่างไร...และเธอรู้ดีเช่นกันว่าแม่นั้นรักเธอ ...สรุปว่าทั้งคู่เข้ากันไม่ได้จริงๆ ...แต่เธอก็ยอมรับในความจริงนั้นและทำความเข้าใจตลอดเวลา...เธอว่าถ้าอยู่บ้านยังหลบเข้าห้องไปทำใจได้ แต่ในที่ซ่อนหลบกันไม่ได้เลยต้องปะทะกันบ่อยๆ...น่าสงสารนะคะ

เวลาที่เราเขียนไดอารี เขียนเรื่องราวต่างๆ เก็บไว้ แล้วกลับมาเวลาทบทวน..มีข้อดีอย่างที่แอนน์ แฟรงค์ เขียนเล่าไว้จริงๆ

แอนน์เป็นเด็กที่ช่างคิด ช่างสังเกต และชอบทดลอง(ในเชิงพฤติกรรม) เธอเป็นเด็กที่มีความคิดลึกซึ้งที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็คาดไม่ถึง

อ่านแล้วรักเธอจังเลยค่ะ มิน่าพอพ่อเธอได้รับไดอารีนี้มาจึงไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้....

เป็นบันทึกที่มีคุณค่าในหลายๆ แง่....อ่านกันเถอะค่ะ หนังสือดี ดีมากๆ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ อู๋  ๒๑ ก.ค ๒๕๕๒  ๑๙:๔๒ น.  
  
 
  
  ซึ๊งมากเลยอ่ะ เราอ่านเเล้วร้องให้เลยของบริษัท  นามีบุ๊คส์  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ แพรวพรรษา  ๑๒ มิ.ย. ๒๕๕๒  ๒๓:๒๐ น.  
  
 
  
  เป็นหนังที่ดีมากเล่มหนึ่งที่เด็กหญิงคนหนึ่งสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ อารมณ์ ความรู้สึกสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง แม้เธอจะอยู่อย่างไร้อิสระโลกเล็กๆและกังวลใจ แต่เธอก็มีจินตนาการที่กว้างไกลและสวยงาม  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ เคน  ๓ เม.ย ๒๕๕๒  ๑๔:๒๔ น.  
  
 
  
  เคยฟังชีวประวัติของแอนด์ แฟรงค์ ก่อนมาอ่านหนังสือเล่มนี้ 
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่อิงประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาดังกล่าว
ได้ทราบถึงช่วงเวลาหนึ่งของโลกมนุษย์ที่มีการกดขี่ข่มเหง
เรื่องนี้จบในแบบที่ไม่น่ารื่นรมย์เท่าใดนัก
แต่เป็นหนังสือที่อยากแนะนำให้อ่านสักหน่อย
เรื่องราวการบันทึกประจำวันของแอนด์ แฟรงค์ จนก่อนจะเสียชีวิตลง
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๑    แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ltaan  ๑๙ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๓:๕๑ น.  
  
 
  
  หนังสือมีขายตามร้านขายหนังสือทั่วไปหรือป่าวค่ะ

อยากอ่านมาก..จะไปซื้อมาอ่านค่ะ

ขอบคุณค่ะ
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๐  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ปิงปอง  ๑๒ มี.ค. ๒๕๕๒  ๑๕:๑๙ น.  
  
 
  
  เป็นคนชอบอ่านแนวนี้อยู่แล้ว..ไม่พลาดแน่นอนค่ะ! ^o^  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๙  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ saraclare  ๗ ก.พ. ๒๕๕๒  ๑๕:๓๓ น.  
  
 
  
  anne frank คิดและเขียนในบันทึกเสมอว่าเธอจะได้ออกจาก"ที่ซ่อนลับ"
--เธอได้ออกจากที่ซ่อนลับแล้ว และเธอยังไปได้ไกล-ไกล กว่าที่เธอคิด
ขอขอบคุณที่ทำให้เราเห็นค่าของการเขียนบันทึก(ถึงแม้จะไม่ประจำวันก็ตาม)
เป็นหนังสือดี-ควรหามาอ่าน^^

  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๘  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ Arekiko_candy  ๒๐ พ.ย. ๒๕๕๑  ๑๙:๕๒ น.  
  
 
  
  น่าอ่านมากเลยอะ>.<  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๗  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ ดญพันดาว มีชัย  ๓ ก.ย. ๒๕๕๑  ๑๖:๓๘ น.  
  
 
  
  
หนูอยากเป็นนักเขียนค่ะ   หนูชอบพี่แอนน์แฟรงค์มากเลยค่ะ    พี่แอนน์จิตใจสวยงามเหมือนดอกทาน ตะวันแสนสวยพริวในสายลม  ถึงพี่แอนน์จะจากไปแล้วก็ยังอยู่ในดวงใจทุกคน    จากพิมดาว
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๖  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ sep๑๐๕๙  ๑๒ มิ.ย. ๒๕๕๑  ๑๕:๒๕ น.  
  
 
  
  เราเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอนแอนน์ แฟรงค์ มานานแล้ว
ในครั้งนั้น   เธอทำให้เราเริ่มหัดเขียนไดอารี่
และทำให้เราได้ค้นพบว่า....โลกจริงๆ ของเรามันอยู่ข้างในนั้น
ไม่รุ้จะขอบคุณเธอยังไง  คุณค่าในตัวเธอมากมาย มหาศาลเหลือเกิน
ขอบคุณ...เมื่อประมาณ ๕ ปีที่แล้ว 
ที่เราเดินได้ไปพบเธอโดยบังเอิญในห้องสมุด
ขอบคุณ...ที่ทำให้เรามี "เพื่อนที่เชื่อใจได้" เหมือนอย่างเธอ...
.....
วันนี้ ๑๒ มิถุนายน วันคล้ายวันเกิดของเธอ
หากเธอยังมีชีวิตอยู่ เธอคงอายุ ๗๙ ปีแล้ว
แต่เราก็มักจะนึกถึงเด็กหญิงแอนน์ แฟร้วค์ อยู่เสมอ
เราจะพยายามช่วยสืบทอดตำนาน และ ปณิธานอันแรงกล้าของเธอต่อไปจนตลอดชีวิตของเรา
ให้สมกับที่เธอเคยได้กล่าวไว้..."ฉันหวังจะมีชีวิตอยู่ต่อไป แม้หลังความตายของฉัน"
Now we can live in hope....
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๕  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ กวาง  ๙ เม.ย ๒๕๕๑  ๑๙:๔๗ น.  
  
 
  
  อ่านไปอ่านมา ก้อทำให้เราได้รู้อะไรตั้งหลายอย่าง
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนหนึ่งจะอยู่ในที่แคบๆ ทำอะไรก้อต้องเป็นเวลา
น่าอึดอัด กดดัน น่าเบื่อ อดอยาก ฯลฯ แต่เธอก้ออยู่ได้
ถึงแม้ว่าในแต่ละวันที่ผ่านไป ออกจะผ่านไปได้อย่าง
ลำบาก และยากเย็น ต้องขอนับถือเลยล่ะ(เป็นฉันคงอยู่ไม่ได้เป็นแน่)
แต่น่าเสียดายที่ต้องตายตั้งแต่อายุยังน้อย น่าเสียดายจริงๆ
ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ฉันว่า ฉันต้องชอบเธอมากกว่านี้แน่ๆ
คงจะเก็บผลงานของเธอทุกเล่มกระมั่ง และถ้าเป็นเช่นนั้น
ก้อคงจะดีมาก ด้วยรักและนับถือเด็กหญิงผู้นี้ "ฉันชอบเธอ"
  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๔  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ มัลลิกา  ๑๓ มี.ค. ๒๕๕๑  ๑๐:๐๖ น.  
  
 
  
  น่าอ่านมากๆเลยค่ะ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะเขียนสิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์โลกลงไป หนูเคยอ่านประวัติของเขา น่าสงสารมาก  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๓  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ อักษร  ๙ มี.ค. ๒๕๕๑  ๑๖:๕๘ น.  
  
 
  
  ฉันชอบ แอนน์มาก รักมาก ทำให้เราได้รูสิ่งที่ไม่รู้เยอะเเละควนเอาแบบตัวอย่าง^๐^  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๒  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ spy book  ๑๑ ก.พ. ๒๕๕๑  ๑๑:๐๖ น.  
  
 
  
  เป็นหนังสือที่เยี่ยมมากครับสุดยอด  
     
 
  ความคิดเห็นที่ ๑  ให้คะแนน   แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
  จากคุณ James  ๒๔ ธ.ค. ๒๕๕๐  ๑๐:๔๓ น.  
  
 
  
  แบบปกแข็งหาซื้อ ยากมาก

ทาง สนพ. ช่วยนำมาพิมพ์ใหม่ในรูปแบบ ปกแข็ง อีกได้มั้ยครับ
  
     
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
ฅนไทย แปลว่า รู้อ่าน รู้คิด รู้ทำสิ่งดี