ช่วยกันเลือกอ่านหนังสือดี นับว่าช่วยชาติอีกทางหนึ่ง
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > หมวดหมู่หนังสือ > หนังสือแนะนำ
 
 
กวีนิพนธ์
นวนิยาย
วรรณกรรม
วรรณกรรมเยาวชน
ศาสนาและปรัชญา
สยองขวัญ - ผี
สารคดี - ทั่วไป
หนังสือส่วนตัว
ทุกหมวดหมู่
   
  รายชื่อหนังสือและใบสั่งซื้อ
  (pdf, 379 KB)
   
  ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน

หนังสือฉบับแปลนี้ รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรสเปนจัดพิมพ์ขึ้นพิเศษ เป็นครั้งแรก เนื่องในวาระครบรอบสี่ร้อยปี วรรณกรรมเรื่อง ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า จำนวนสองเล่ม เพื่อทูลเกล้าถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สยามินทราธิราช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แห่งราชอาณาจักรไทย หนึ่งเล่ม และอีกหนึ่งเล่ม เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นที่ระลึกแด่ สมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน การ์ลอส ที่ ๑ และสมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งราชอาณาจักรสเปน ในวโรกาสเสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะ

          บันทึกสำนักพิมพ์

          หนังสือเรื่องนี้ นับเป็นสมบัติทางวรรณกรรมสำคัญยิ่งของชาติสเปน และของโลก รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรสเปนจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบสี่ร้อยปี อย่างสำคัญและยิ่งใหญ่
     
จนถือเป็นวาระแห่งชาติ ตลอดปี ค.ศ.๒๐๐๕ โดยยกย่องนักเขียน มิเกล๎ เด เซร๎บันเตส ซาเบดรฺ้า และตัวเอก คือ ดอนกิโฆเต้ฯ จัดทำเหรียญกษาปณ์ แสตมป์ที่ระลึก จัดงานวิชาการ ฯลฯ ตลอดจนสนับสนุนการอ่าน การแปล และพิมพ์หนังสือนี้เป็นภาษาต่างๆ รวมทั้งภาษาไทย

          การดำเนินงานพิมพ์ภาษาไทยครั้งแรกนี้ ได้ขึ้นรูปเล่มหนังสือจริง จำนวนสิบเอ็ดเล่ม ส่งมอบแก่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรสเปน สองเล่ม เล่มตัวอย่าง เก็บรักษาไว้เป็นประวัติศาสตร์การพิมพ์หนังสือแปลในประเทศไทย และเป็นสมบัติของชาติ คือ หอสมุดแห่งชาติหนึ่งเล่ม หอจดหมายเหตุแห่งชาติหนึ่งเล่ม สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำราชอาณาจักรสเปนหนึ่งเล่ม สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรสเปนประจำประเทศไทยหนึ่งเล่ม สำนักพิมพ์ผู้จัดพิมพ์หนึ่งเล่ม ผู้แปลหนึ่งเล่ม บรรณาธิการต้นฉบับแปลสองเล่ม ผู้ออกแบบองค์ประกอบปกและรูปเล่มหนึ่งเล่ม

          เกี่ยวกับผู้เขียน

          มิเกล๎ เด เซร๎บันเตส ซาเบดรฺ้า (Miguel de Cervantes Saavedra) เป็นนักประพันธ์ที่ได้รับยกย่องว่า ยิ่งใหญ่ที่สุดฅนหนึ่งของโลก ผลงานชิ้นเอกคือนิยายเรื่อง ‘ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน’ เป็นผลงานที่ยืนยง พิสูจน์คุณค่าในตัวเองมาตลอดเวลา ๔๐๐ ปี ทั้งยังมีอิทธิพลต่องานเขียนยุคหลังตลอดมา

          มิเกล๎ เด เซร๎บันเตส ซาเบดรฺ้า เกิด ณ เมืองอัล๎กาล่า เด เอนาเรส ไม่มีผู้ทราบวันเกิด มีเพียงบันทึกว่าวันที่เขารับศีลล้างบาป คือวันที่ ๙ ตุลาคม ค.ศ.๑๕๔๗ สันนิษฐานว่า เซร๎บันเตสน่าจะเกิดเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน อันเป็นวันนักบุญมิเกล๎ เซร๎บันเตสถือกำเนิดในครอบครัวยากจน บิดาชื่อโรดรฺิโก เซร๎บันเตส มีอาชีพเป็นหมอผ่าตัดและช่างตัดผม (จึงมักมีตัวละครเป็นหมอผ่าตัดและช่างตัดผมอยู่ในเรื่องของนักประพันธ์ผู้นี้) มารดาชื่อเลโอนอร๎ กอร๎ตีนัส สกุลรอง คือ ซาเบดรฺ้านั้นน่าจะเป็นของญาติผู้ใหญ่ ฅนใด ฅนหนึ่ง (ตามปกติ ชาวสเปนใช้สกุลบิดาเป็นสกุลแรก สกุลของมารดาเป็นสกุลรอง)

          ไม่มีผู้บันทึกชีวิตวัยเยาว์ของเซร๎บันเตสไว้แน่ชัด ทราบเพียงว่าต้องระหกระเหินตามบิดาไปยังเมืองต่างๆในประเทศสเปน ได้รับการศึกษาในระดับไม่ถึงระดับปริญญาตรี ผู้เป็นครูของเขาซึ่ง เป็นนักมนุษยนิยม ชื่อ โลเปซ เด โอโยส ได้ตีพิมพ์ผลงานร้อยกรองของเซร๎บันเตสเผยแพร่ที่กรุงมาดริด

          เมื่ออายุได้ราว ๒๒ ปี เซร๎บันเตสออกเดินทางไปประเทศอิตาลี ในฐานะเลขานุการของพระคาร์ดินัลรูปหนึ่ง ที่นั่น เขาได้ศึกษาวรรณกรรมและปรัชญาอิตาลีเป็นระยะเวลาสั้นๆ

          ต่อมาเซร๎บันเตสรับราชการเป็นทหาร และร่วมรบ เขาต่อสู้กับชาวเติร์กที่สมรภูมิเลปันโต้ อย่างกล้าหาญ จนถูกกระสุนปืนยาวที่แขนซ้ายบาดเจ็บและพิการ ในปีค.ศ. ๑๕๗๕ ขณะเซร๎บันเตสเดินทางกลับประเทศสเปน (สันนิษฐานว่าได้รับตำแหน่งกัปตันเรือหลังวีรกรรมที่กล้าหาญ) กองเรือของเขาก็ถูกกองเรือสลัดโจมตี เขา ถูกจับเป็นทาสและต้องเดินทางไปยังเมืองอัลเจียร์ ทางตอนเหนือ ของประเทศแอฟริกา เซร๎บันเตสตกเป็นทาสนาน ๕ ปี ระหว่างนั้น เขากับพวกพยายามหนี ๔ ครั้ง แต่ล้มเหลวทุกครั้ง เพราะถูกหักหลังบ้าง ถูกจับได้บ้าง กระทั่งมีการรวบรวมเงินพอไถ่ตัวเซร๎บันเตสได้ เขาจึงกลับไปหาครอบครัวที่เมืองมาดริด ประเทศสเปน อีกครั้ง

          ปีค.ศ.๑๕๘๕ เซร๎บันเตสสมรสกับ Catalina de Salazar ซึ่งอายุน้อยกว่าเขา ๒๒ ปี ขณะเดียวกัน หน้าที่การงานของเขากลับย่ำแย่ ด้วยเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนผู้ฅนลืมเลือนวีรกรรมการรบของเขาไปสิ้น เขาได้รับตำแหน่งเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อย เป็นตัวแทนจัดหาอาหารให้กองเรืออาร์มาดา และตัวแทนเก็บภาษีให้รัฐ มีรายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว ต้องหารายได้พิเศษด้วยการแต่งบทละครและนิยาย เขาตีพิมพ์นิยายเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตในท้องทุ่ง ชื่อ La Galatea และผลงานด้านบทละครบางส่วนของเขามีผู้นำไปเล่นในโรงละครที่กรุงมาดริด (ปัจจุบันส่วนใหญ่สูญหายไป) ขณะทำงานให้รัฐบาลเขาต้องคดีและถูกจำคุก ๓ ครั้ง แต่ศาลก็ตัดสินว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์และปล่อยตัวเขาทุกครั้ง มีผู้สันนิษฐานจากอารัมภบทตอนหนึ่งในเรื่อง ‘ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่าฯ’ ว่า เป็นไปได้ที่เค้าโครง งานประพันธ์เรื่องนี้อาจเขียนขึ้นระหว่างที่เซร๎บันเตสถูกคุมขังก็เป็นได้ ภาคแรกของเรื่อง ‘ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่าฯ’ ตีพิมพ์เผยแพร่ที่กรุงมาดริด ในปีค.ศ.๑๖๐๕ และเริ่มเป็นที่รู้จัก แต่กว่าที่งานประพันธ์ชิ้นเอกจะตีพิมพ์ และสร้างชื่อเสียงให้เขา ก็เมื่อผู้เขียนล่วงเข้าสู่วัยชราแล้ว เซร๎บันเตสใช้ชีวิตบั้นปลาย ๙ ปีสุดท้ายในโลกวรรณกรรม ทันได้เห็นความสำเร็จและชื่อเสียงของตน

          แม้ชีวิตที่ผ่านมา เซร๎บันเตสต้องลำบากยากไร้อยู่เนืองๆ ทว่างานเขียนของเขาไม่ได้สะท้อนภาพความขมขื่นของชีวิตแต่อย่างใด ตรงกันข้าม กลับสะท้อนให้เห็นบุรุษผู้เข้าใจโลก เข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง และถ่องแท้ เซร๎บันเตสใช้การล้อเลียนหรือแฝงนัย แต่ไม่เคยเสียดสีหรือมองโลกอย่างโหดร้าย สำหรับเขาแล้ว แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยสับสน ไม่แน่นอน มีหลายแง่มุมสุดแต่ใครจะตีความ และสอนให้ฅนเราไม่ควรใช้บรรทัดฐานของตนวัดผู้อื่น ว่าถูก ว่าผิด หรือวิกลจริต ทว่ามนุษย์ทุกฅนพึงดำเนินชีวิตสอดคล้องกับความฝัน จินตนาการ และอุดมการณ์ของตน ไม่ย่อท้อที่จะสานปณิธานนั้นให้สำเร็จลุล่วง

          เซร๎บันเตส ได้รังสรรค์เพชรน้ำเอกด้านวรรณกรรมแก่โลก นักเขียน ๑๐๐ ฅน จาก ๕๔ ประเทศ คัดเลือกให้ ‘ดอนกิโฆเต้ฯ’ เป็นผลงานดีเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ (ข้อมูลวารสาร Resena ฉบับที่ ๒๘ เดือนกรกฎาคม - กันยายน ค.ศ. ๒๐๐๒)

          ภาคแรกของนวนิยายเรื่องนี้ปรากฏสู่สายตาผู้อ่านใน ค.ศ. ๑๖๐๕ เวลาล่วงผ่านไปอีกถึง ๑๐ ปี ภาคสองจึงสำเร็จตามมา นับแต่ตีพิมพ์ภาคแรก ก็มีการพิมพ์ แปล และเผยแพร่นิยายเรื่องนี้มาตลอด จำนวนครั้งที่ตีพิมพ์จะเป็นรองก็เพียงพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเท่านั้น จนทุกวันนี้ มีงานศึกษาวิจัย บทความ วิทยานิพนธ์ นับจำนวนไม่ถ้วนที่เขียนเกี่ยวกับ ‘ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่าฯ’ นอกจากนี้เรายังพบ ‘ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า’ ในงานศิลปะแขนงต่างๆ ไม่ว่างานประพันธ์ของชาติต่างๆ ภาพเขียน ละคร ภาพยนตร์ ดนตรี ธนบัตร แสตมป์

          เหตุใดนิยายของชนชาติหนึ่งจึงทรงพลังและมีอิทธิพลโน้มน้าวใจผู้ฅนทั่วโลก ยิ่งกว่านั้น ถ้าอ่านอารัมภบทของผู้เขียน จะเห็นว่า เขาแต่งนิยายเรื่องนี้เพื่อล้อเลียนนิยายวีรคติของยุคกลาง แต่เหตุใดงานเขียนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกขบขัน จึงเป็นที่สนใจ และตีความได้หลากหลายแง่มุมเช่นนี้

          แท้จริงแล้ว ในศตวรรษที่ ๑๗ วรรณกรรมเรื่องนี้จัดเป็นงานเขียนประเภทล้อเลียนและให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่านเท่านั้น ต่อมาในศตวรรษที่ ๑๘ ผู้ศึกษาวรรณกรรมในประเทศสเปนเริ่มเห็นคุณค่าของบทประพันธ์เรื่องนี้ ในศตวรรษที่ ๑๙ ‘ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า’ กลายเป็นที่รู้จักดีในวงวิชาการของประเทศต่างๆ ในฐานะเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ของตน นับแต่นั้น การตีความวรรณกรรมเรื่องนี้ก็หลากหลาย ขึ้นอยู่กับภูมิหลัง ประวัติศาสตร์ แนวคิด บ้างก็เห็นว่า บทประพันธ์ เรื่องนี้สะท้อนชีวิตของผู้แต่งเอง บ้างก็ว่าสะท้อนสภาพสังคม การเมือง เศรษฐกิจที่ตกต่ำของประเทศสเปน บ้างก็เชื่อว่าสะท้อนแนวคิดที่ว่า ความจริงแท้ที่ไม่แน่นอน แต่ละฅนอาจมีมุมมองเรื่องเดียวกันแตกต่างกัน

          แต่ความจริงที่โต้แย้งมิได้ก็คือ นี้คือวรรณกรรมอมตะชั้นยอดของโลก ที่ไม่ควรละเลย
     
     
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
     
     
     
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
หนังสือของผีเสื้อ มิได้ ผลิต แต่ทำด้วย หัวใจ