ทิศทางการพัฒนาวิชาชีพครู
ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา รายงาน



ณ วันนี้อาชีพครูถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง โดยหมวด ๗ ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ บัญญัติให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้มีระบบ กระบวนการผลิตและการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง ให้มีสภาวิชาชีพเพื่อทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ให้มีองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู ให้มีกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนครู ค่าตอบแทน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของครู ให้มีการพัฒนาคณาจารย์ และให้ระดมทรัพยากรบุคคลในท้องถิ่นเพื่อนำมาใช้ในการจัดการศึกษา

แต่อาชีพครูจะได้รับการยอมรับจากคนทั่วไปว่าเป็นวิชาชีพหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการประกอบอาชีพของครูว่าใช้ความรู้หรือวิชาในการทำงานมากน้อยเพียงใด ครูปฏิบัติหน้าที่การสอนโดยใช้ความรู้หรือยัง ครูต้องรู้เนื้อหาสาระในวิชาที่ตนเองสอนเป็นอย่างดี รู้ละเอียด รู้อย่างถูกต้อง รู้ที่ไปที่มาของความรู้ รู้การเปลี่ยนแปลงของความรู้ รู้ความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ในสาขาของตนในแต่ละวัน ครูต้องรู้วิธีสร้างความรู้และสามารถสร้างความรู้ใหม่ได้สร้างความรู้อย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับที่แพทย์รู้จักและสามารถกำจัดเชื้อโรคชนิดใหม่ ครูต้องรู้วิธีการถ่ายทอดเนื้อหาแต่ละวิชา ครูต้องสามารถเลือกวิธีถ่ายทอดความรู้ให้เหมาะสมกับเนื้อหาวิชาและสไตล์การเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียนแต่ละคน ครูต้องทำให้ผู้เรียนเรียนรู้เนื้อหาได้โดยง่ายในเวลาอันสั้น สามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้ครบถ้วนตามมาตรฐานของหลักสูตร สามารถทำให้ผู้เรียนพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ฯลฯ และที่สำคัญ ครูทำตนให้เป็นแบบอย่างทั้งในด้านความดี ความเก่ง และความสุขแก่ผู้เรียน เป็นต้น ถ้าครูประกอบวิชาชีพของตนได้ดังที่วาดฝันข้างต้น อาชีพครูก็จะกลายเป็นวิชาชีพ และคนไทยก็คงเต็มใจ ยินดีและพร้อมที่จะจ่ายภาษีสูงขึ้นเพื่อนำมาจ่ายเป็นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนสูงๆ ให้แก่ครู

- คณะครุศาสตร์ผลิตครูได้ตรงตามคุณลักษณะของสมาชิกวิชาชีพหรือยัง

ถ้าพวกเรายอมรับความจริงคงตอบตรงกันว่าคณะครุศาสตร์ยังไม่สามารถผลิตครูให้มีคุณลักษณะครบถ้วนตามคุณลักษณะของสมาชิกวิชาชีพดังที่กล่าวถึงข้างต้น มูลเหตุของความไม่สำเร็จอาจมาจากหลายอย่างในระบบการผลิตใดๆ คุณภาพของผลผลิตจะสูงหรือต่ำย่อมขึ้นอยู่กับตัวป้อนเข้า กระบวนการผลิต ผลผลิต โดยเฉพาะความชัดเจนเกี่ยวกับคุณลักษณะของผลผลิตของผู้ผลิต และบริบทของการผลิต ณ วันนี้ ตัวป้อนเข้าของระบบการผลิตครู โดยเฉพาะนักเรียนที่จบ ม.๖ และสมัครเข้าเรียนครูมีคุณภาพต่ำ นักเรียนชั้นเยี่ยมของประเทศที่จบ ม.๖ แล้วสมัครเข้าเรียนครูมีเพียงน้อยนิด หรืออาจไม่มีเลย สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญยิ่งของระบบการผลิตครูจึงเป็นคุณภาพของนักเรียนครู หลายคนอาจบอกว่าคุณภาพของคณาจารย์คณะครุศาสตร์ก็เป็นตัวป้อนเข้าที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพของบัณฑิตครุศาสตร์เช่นกัน มีคณาจารย์ของคณะครุศาสตร์เพียงไม่กี่คนที่เคยเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาชั้นเยี่ยมของประเทศ นอกจากศักยภาพที่มีติดตัวมาแต่เกิดที่ค่อนข้างด้อยกว่าคณาจารย์ของคณะวิชาอื่นแล้ว ผู้เขียนยังสงสัยในความรู้ สมรรถนะ และพฤติกรรมของคณาจารย์คณะครุศาสตร์บางท่านว่าสามารถประกอบอาชีพคณาจารย์ได้อย่างผู้ประกอบวิชาชีพมากน้อยเพียงใด

ผมมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการผลิตครูกับนักการศึกษาของหลายประเทศ ส่วนใหญ่เริ่มมีความคิดเห็นโน้มเอียงไปในทิศทางที่ว่าการผลิตครูและการผลิตแพทย์จะต้องดำเนินการในเชิงอนุรักษนิยม (Conservative Approach) มากกว่าการดำเนินการในเชิงเสรีนิยม (Liberal Approach) เพราะประเทศที่ผลิตครูในเชิงเสรีนิยมที่ให้อิสรเสรีแก่คณะครุศาสตร์และสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นผู้กำหนดจำนวนรับนักเรียนครูและหลักสูตรการผลิตครูด้วยตนเองต่างประสบปัญหาในการจูงใจนักเรียนที่สำเร็จชั้น ม.๖ ที่เยี่ยมๆ มาเรียนครู ส่งผลต่อคุณภาพของบัณฑิตครู และคุณภาพการศึกษาของประเทศในที่สุดเมื่อองค์ประกอบของระบบการผลิตครูประสบปัญหา ผลผลิตของระบบซึ่งได้แก่บัณฑิตครุศาสตร์จึงมีคุณลักษณะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นั่นก็คือบัณฑิตครุศาสตร์จำนวนมากขาดคุณลักษณะ สมรรถนะ และพฤติกรรมบางอย่างที่จำเป็นสำหรับการเป็นสมาชิกวิชาชีพ

- ทำอย่างไรจึงจะทำให้อาชีพครูกลายเป็นวิชาชีพครู

อาชีพครูจะเป็นวิชาชีพได้ก็ต่อเมื่อเราปรับปรุงพัฒนาระบบการผลิต และระบบการควบคุม กำกับดูแล ยกย่องผู้ประกอบวิชาชีพครูให้มีประสิทธิผล นั่นก็คือต้องคัดเลือกคนชั้นเยี่ยมมาเรียนครู จำกัดจำนวนนักเรียนครูที่จะรับในแต่ละปีตามความต้องการของโรงเรียนภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คัดเลือกคนชั้นเยี่ยมมาเป็นคณาจารย์ จัดขนาดของห้องเรียนให้พอเหมาะ ให้นักเรียนครูได้เรียนโดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี ให้ได้ฝึกวิเคราะห์ผู้เรียน ให้ได้ทดลองเลือกใช้หลักสูตรระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ได้เลือกใช้สื่อ กิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่ตนจะสอน ให้ได้ฝึกปฏิบัติการสอนและการดูแลนักเรียนจริง ให้นักเรียนครูได้ลงมือปฏิบัติการสอนจริงภายใต้การควบคุมกำกับอย่างแท้จริงของคณาจารย์ จัดให้มีหอพักให้นักเรียนครูพักอาศัยระหว่างเรียน ให้นักเรียนครูได้ทำกิจกรรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมทั้งในชั้นเรียนและนอกห้องเรียน ให้นักเรียนครูได้ทำกิจกรรมบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวม ให้นักเรียนครูมีจิตสาธารณะ หรือนำกระบวนการที่คล้ายๆ กับกระบวนการผลิตแพทย์มาใช้กับกระบวนการผลิตครู

- ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิชาชีพครูควรเป็นอย่างไร

หากพิจารณาจากจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของระบบการผลิตครูของไทยในปัจจุบันทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับตัวป้อนเข้าของระบบการผลิต กระบวนการผลิต บัณฑิตครู และสภาพแวดล้อมของการผลิตครู ประกอบกับบทเรียนในการผลิตครูของหลายๆ ประเทศทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และประเทศแถบสแกนดิเนเวียแล้ว ผู้เขียนเห็นว่ายุทธศาสตร์การพัฒนาวิชาชีพครูที่เหมาะสมกับบริบทของไทยในปัจจุบันมี ๒ ยุทธศาสตร์ คือ

๑.การให้ทุนและจำกัดจำนวนนักเรียนครูที่จะรับเข้าศึกษาในแต่ละปี จากความเป็นอิสระของสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ทางเลือกที่จะทำให้คณะครุศาสตร์รับนักเรียนครูตามจำนวนที่ผู้ใช้ครูต้องการต้องกระทำด้วยการให้ทุนแก่นักเรียนครู โดยจำนวนทุน ประเภทของทุน และสาขาวิชาเอกที่ ศธ.จัดสรรให้แต่ละปีต้องเท่ากับจำนวนครูที่หน่วยงานผู้ใช้ครูจะต้องบรรจุในอีก ๕ ปี ข้างหน้า ซึ่งจากตัวเลขประมาณการความต้องการครูขณะนี้เชื่อว่าถ้า ศธ.ให้ทุนนักเรียนครูในปีการศึกษา ๒๕๕๒ ประมาณ ๗,๐๐๐ ทุน และปีต่อๆ ไปอีก ๗,๐๐๐ ทุน สถาบันผลิตครูก็จะผลิตครูนักเรียนทุนได้ตรงตามจำนวนที่หน่วยงานผู้ใช้ครูต้องการ ในการให้ทุนนักเรียนครูดังกล่าว ศธ.ก็จะใช้งบประมาณเพื่อเป็นทุนนักเรียนครูในปีแรกเพียง ๗๐๐ ล้านบาท (ทุนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี) ปีที่ ๒, ๓, ๔ และปีที่ ๕ เพิ่มจากเดิมอีกปีละ ๗๐๐ ล้านบาท เมื่อดำเนินการให้ทุนครบ ๕ ปี ศธ.ก็จะใช้งบประมาณเพียงปีละ ๓,๕๐๐ ล้านบาท นักเรียนทุนเหล่านี้เมื่อสำเร็จการศึกษาก็ให้บรรจุเป็นครูได้โดยการคัดเลือก ไม่ต้องสอบคัดเลือกอีก และถ้ารวมงบประมาณเพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมระหว่างเรียน และกิจกรรมยกย่องเชิดชูบัณฑิตครูกลุ่มดังกล่าวภายหลังการออกไปปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องอีกปีละประมาณไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาทก็จะทำให้ ศธ.จำกัดจำนวนนักเรียนครูได้ในที่สุด คณะครุศาสตร์ก็จะได้แต่นักเรียนเยี่ยมๆ มาเรียนครู

เพื่อให้ได้บัณฑิตครูที่มีคุณภาพสูง ศธ.ต้องบริหารทุนนักเรียนครูให้ได้บัณฑิตครูที่มีคุณลักษณะ สมรรถนะตรงตามความต้องการของผู้ใช้ครู ต้องเอาความต้องการของผู้ใช้ครูเป็นใหญ่ เฉพาะสถาบันผลิตครูที่สามารถผลิตครูได้คุณภาพสูง ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ครู และปฏิบัติตามเงื่อนไขคุณภาพเท่านั้นจึงจะได้รับการจัดสรรโควต้านักเรียนทุน

เพื่อให้หน่วยงานทางการศึกษาบรรจุนักเรียนทุนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก กระทรวงศึกษาธิการควรเสนอแก้กฎหมายเพื่ออนุญาตให้หน่วยงานทางการศึกษาบรรจุบัณฑิตครูที่เป็นนักเรียนทุนได้โดยการคัดเลือก ทั้งนี้ให้รวมถึงหน่วยงานผู้ใช้ครูของรัฐและขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย นอกจากนั้นต้องปรับปรุงกฎหมายให้นักเรียนทุนที่สำเร็จหลักสูตรการผลิตครูประถมศึกษาได้รับใบอนุญาตประกอบการสอนในระดับประถมศึกษา ส่วนนักเรียนทุนที่สำเร็จหลักสูตรการผลิตครูคณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ภาษาไทย ฯลฯ ในระดับมัธยมศึกษาก็ให้ได้รับใบอนุญาตประกอบการสอนคณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ หรือภาษาไทยในระดับมัธยมศึกษาตามแต่กรณี

กระบวนการผลิตครูต้องเน้นการฝึกปฏิบัติจริง ทดลองจริงเหมือนอย่างการอินเทิร์นของนักศึกษาแพทย์ ให้นักเรียนครูและคณาจารย์ได้ร่วมสังเกตและวิเคราะห์การสอนของครูแห่งชาติ ครูดีเด่น ครูต้นแบบ ครูของโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง ครูของโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปานกลาง ครูของโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ได้ร่วมกันวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เรียนในห้องเรียนแต่ละคน ได้ร่วมกันเสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ให้คณาจารย์และเพื่อนนักศึกษาเข้าสังเกตการสอนของนักเรียนครู ให้วิเคราะห์และเสนอแนะการปฏิบัติการสอน ให้ได้แก้ปัญหาทุกด้านเกี่ยวกับผู้เรียน ทั้งที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านจิตใจ ถ้าคณะครุศาสตร์ของสถาบันใดสถาบันหนึ่งไม่สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตที่รับประกันคุณภาพของบัณฑิตครูได้ ศธ.ก็ไม่ควรจัดให้นักเรียนทุนไปเรียนในคณะครุศาสตร์นั้นๆ ซึ่งในที่สุด คณะครุศาสตร์นั้นก็จะเหี่ยวเฉาและปิดตนเองไปในที่สุดในระหว่างเรียน คณะครุศาสตร์ต้องดำเนินการให้นักเรียนทุนได้รับการพัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรมเป็นพิเศษ

๒.การจัดหลักสูตรฝึกอบรมครูที่ตรงกับภารกิจแต่ละวันของครู ในการแก้ปัญหาระยะสั้นและเฉพาะหน้า ศธ.ควรพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาครูระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาแยกจากกัน การพัฒนาครูระดับประถมศึกษาควรเน้นความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพครู เช่น ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอนวิชาต่างๆ ในระดับประถมศึกษา การบริหารจัดการชั้นเรียน จิตวิทยาการเรียนรู้ การผลิต พัฒนาและการเลือกใช้สื่อ เป็นต้น กิจกรรมพัฒนาครูควรจัดในรูปการศึกษาดูงานโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนได้ดีและประสบความสำเร็จ การประชุมปฏิบัติการหรือการสัมมนามากกว่าการรับฟังคำบรรยายจากวิทยากร ให้มีการจัดทำแผนการนำความรู้และทักษะที่ได้จากการพัฒนาครูไปปฏิบัติ มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการอย่างจริงจังและเป็นระบบ มีการนำผลการติดตามและประเมินผลการฝึกอบรมไปใช้ในการบริหารงานบุคคลประจำปี ศธ.ต้องลงทุนพัฒนาสื่อโดยเฉพาะตำราเรียนที่มีคุณภาพสูงๆ ให้น่าอ่าน อ่านเข้าใจง่าย สัมผัสได้ มีภาพสีประกอบสวยงาม มีหุ่นจำลอง ของจริง ภาพเคลื่อนไหวให้เห็นระบบการทำงานของสิ่งต่างๆ ที่รวมในหลักสูตรอย่างชัดเจน ง่ายแก่การเข้าใจ

การพัฒนาครูระดับมัธยมศึกษาควรเน้นที่การเพิ่มความรู้และเทคนิคการสอนวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษา เช่น ความรู้และเทคนิคการสอนวิชาภาษาอังกฤษชั้น ม.๓ เป็นต้นและในการพัฒนาครูระดับมัธยมศึกษา นอกจากผู้เข้ารับการพัฒนาจะได้รับความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาและเทคนิคการสอนจากวิทยากรผู้มีความรู้และประสบการณ์ทางการสอนอย่างแท้จริงแล้ว ผู้เข้ารับการพัฒนาควรมีโอกาสได้สังเกตการสอนของครูผู้มีความชำนาญ ได้ดูแผนการสอน ได้ดูกิจกรรมการเรียนการสอน สื่อ ตำราเรียน แหล่งเรียนรู้ของจริงทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาครูระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาบังเกิดผลดี สถาบันที่ประสงค์จะพัฒนาครูต้องนำเสนอหลักสูตรพัฒนาครูให้ ศธ.ให้ความเห็นชอบ เป็นหลักสูตรของสถาบันพัฒนาครูมืออาชีพ มีการคิดน้ำหนักให้แก่แต่ละหลักสูตร สถาบันพัฒนาครูสถาบันใดไม่ดำเนินการตามหลักสูตรที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว ศธ.ต้องเพิกถอนสิทธิการให้การพัฒนาครูของสถาบันนั้นๆ

คงไม่มียุคใดสมัยใดที่ประเทศไทยของเราเผชิญกับวิกฤตทางคุณธรรมและจริยธรรมรุนแรงเท่ากับยุคปัจจุบัน คนไทยอยากมีชีวิตอยู่อย่างสะดวกสบายแต่ไม่อยากทำงานหนัก ประโยชน์ส่วนตัวต้องมาก่อนประโยชน์ส่วนรวม การเอารัดเอาเปรียบคนที่อ่อนแอกว่าถือเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด อยากร่ำรวยโดยวิธีง่ายๆ อยากเรียนเก่งโดยไม่ต้องอ่านหนังสือ อยากได้ปริญญาสูงๆ แต่ไม่อยากเรียนอยากอ่าน

เราจะปล่อยให้สังคมไทยก้าวเดินต่อไปอย่างสิ้นหวังไปอีกนานเท่าใด ถึงเวลาที่พวกเราชาว ศธ.จะลุกขึ้นมาร่วมกันจุดเทียนเพื่อให้เกิดแสงสว่างทางการศึกษาที่ปลายอุโมงค์ให้แก่ประเทศเราแล้วหรือยัง

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน หน้า ๒๓ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑



 
   
   
  กลับไปสารบัญหลัก > ข่าว > กลับไปต้นบทความ          < พิมพ์บทความนี้ >