ซื้อหนังสือจาก ‘ร้านหนังสือ’ เพื่อให้ระบบหนังสือของชาติเติบโตยั่งยืน
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > ระบบหนังสือหมุนเวียน : พูดคุยหนังสือหมุนเวียน > กระทู้
 
       
 
กระทู้
   
       
  ขอเชิญแสดงความคิดเห็น แนะนำ หรือบอกอะไรก็ได้ ที่จะช่วยการวิจัยเรื่องระบบหนังสือหมุนเวียน    
       
  สวัสดีครับ
ขอเชิญชวนสมาชิกเว็บไซต์ผีเสื้อ ผู้อ่าน หรือผู้สนใจทั้งหลาย
ช่วยกันแสดงความคิด ความเห็น หรือบอกกล่าวประสบการณ์
หรือ---อะไรก็ตามที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่การวิจัยเรื่องระบบหนังสือหมุนเวียน

โครงการวิจัยนี้ เพื่อประโยชน์แก่เด็กไทยในชนบท ในต่างจังหวัดที่ไม่มีโอกาสเป็นหลัก
และต่อไปในภายหน้า เด็กไทยทั้งมวลจะมีโอกาสอ่านหนังสือเท่าเทียมกัน

หวังกันไว้ว่าอย่างนั้นนะครับ
   
       
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๙ พ.ย. ๒๕๕๑  ๒๑:๔๐ น. ]    
       
  แสดงความคิดเห็น | แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม | ส่งต่อให้เพื่อน | พิมพ์หน้านี้     
       

    ความคิดเห็นที่ ๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    โอววว สนใจค่ะ และอยากมีส่วนร่วมมากเท่าที่จะทำได้ แต่ยอมรับว่าไม่มีประสบการณ์ตรงเลย เท่าที่นึกออกตอนนี้คือการแบ่งปันหนังสือที่มีประโยชน์และสร้างสรรค์ของตัวเองมีอยู่จำนวนมากให้กับเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสในชนบทค่ะ
ขอไประดมสมองกับคนใกล้ชิดและมิตรสหายแล้วจะกลับมาแชร์อีกทีนะคะ 
   
       
    จากคุณ กนกธิป - [ ๙ พ.ย. ๒๕๕๑  ๒๒:๔๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    หากยังงงๆ และไม่เข้าใจ ไม่เคยได้ยิน ไม่ทราบเรื่อง"ระบบหนังสือหมุนเวียน"
ขอเชิญเข้าไปดูที่นี่ก่อนนะครับbflybook.com/BookSharingSystem.aspx
และ
bflybook.com/Article.aspx
ขอบคุณครับ
 
   
       
    จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๘ พ.ย. ๒๕๕๑  ๑๗:๓๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ขอเสนอว่า  น่าจะมีเว็บไซต์ "ระบบหนังสือหมุนเวียน" ไว้ให้ครู  นักเรียน และผู้ปกครอง (ที่ร่วมอยู่ในระบบนี้) ได้เข้ามาพูดคุยกันค่ะ  เพราะ ปัจจุบัน  ร.ร. แทบทุกแห่งในเมืองไทย มีคอมพิวเตอร์ และใช้อินเตอร์เน็ตกันแล้ว
(เคยเป็นครูในหมู่บ้านชาวเขา ที่ อ.สังขละบุรี กาญฯ ที่อยู่ชายแดน ทราบมาว่า ร.ร.ทุกแห่งของอำเภอคุ้นเคยกับการใช้อินเตอร์เน็ทค่ะ)
คงได้มีการแลกเปลี่ยนและได้รับข้อเสนอแนะจากกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
คิดว่า  น่าจะทำให้เกิดลักษณะชุมชนของคนในระบบหนังสือหมุนเวียนด้วยค่ะ
 
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๙:๕๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    รายชื่อหนังสือ  และหมวดหมู่หนังสือ  น่าจะให้เด็กๆ มีส่วนร่วมในการเสนอด้วยค่ะ
(เพราะไม่อย่างนั้น  จะเป็นหนังสือตามใจครูเป็นส่วนใหญ่)
อีกอย่าง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ครูเอาหนังสือไปเก็บในตู้ล็อคใส่กุญแจไว้)
(ด้วยความหวังดีว่าหนังสือจะช้ำ  จนลืมความจริงไปว่า หนังสือมีไว้อ่านค่ะ)  ควรมีระบบว่า  อย่างน้อยๆ ในช่วงระยะเวลา ๓ เดือน (ที่หนังสือหมุนเวียนมาที่ ร.ร.) ต้องมีการยืมออกอย่างน้อย  ......หน  และถ้าหนังสือถูกยืมมาก  จะมีรางวัล  หนังสือชื่นชม ฯลฯ ให้ทาง ร.ร. หรือมีการให้รางวัล  กับ น.ร.ที่อ่านหนังสือเยอะ หลายเล่ม
 
 
 
 
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๙:๕๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ควรสนับสนุนให้ทุก ร.ร.(อนุบาล - มัธยมต้น) ในเมืองไทย  มี ช.ม. "รักหนังสือ"  อาจจะเป็น ๓๐ นาทีแรกหลังจากพักกินข้าว  คือ เป็นช่วง
free time ที่เด็กๆ จะได้เลือกอ่านหนังสือ (ที่มีอยู่บนชั้นในห้องเรียน หรือที่ยืมมาจากห้องสมุด) แล้วก็จะนั่ง  จะนอน  หรือยืนอ่านเงียบๆ อย่างไรก็ได้โดยที่ไม่ไปรบกวนสมาธิของผู้อื่น
 
โดยเป็น free time ที่ครูผู้สอนไม่ต้องไปสอน  ชี้นำ  หรือยุ่งยากอะไรกับ น.ร.  ครูโดยทั่วไปมักใช้เวลานี้  ตรวจการบ้านจาก ช.ม. ที่สอนในตอนเช้าหรือไม่ก็อ่านหนังสือของครูเอง (ซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เด็กๆ เห็นว่า ครูก็รักการอ่าน)  
 
ถ้าทำได้  น่าจะช่วยกันทำในระดับนโยบายจากกระทรวงศึกษาฯ นะคะ  ชั่วโมง "รักการอ่าน" นี่จะเป็นการปลูกฝังนิสัยเด็กๆ ได้จริงๆ ค่ะ  คืออ่านอะไรก็ได้อย่างเสรี (ทางที่ดีน่าจะระบุด้วย ว่า ห้ามอ่านหนังสือเีีรียน -ในช่วงเวลานี้ ๕ ๕ ๕)
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๒๐:๐๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ในหลักสูตร  น่าจะมีการสนับสนุนให้เด็กอ่าน และ เขียน ทำหนังสือออกมาเอง และมีการนำเสนอสู่สาธารณะ (คือในห้องเรียน)
เดือนละครั้ง  หรือ เทอมละครั้ง   โดยส่วนตัวสนใจที่จะทำตรงนี้มากๆ ค่ะ  เพราะ ตัว (จั่น) เอง เคยเป็นครูอนุบาล - ประถมฯ ใน ๓ ประเทศ  และได้ทำเรื่อง
"รักหนังสือ" กับ เด็กๆ ในห้อง  โดยเฉพาะเรื่องการ ให้เด็กๆ ทำหนังสือออกมาเอง  - เด็กๆ ชอบและภูมิใจกันมากๆ ค่ะ
 
ที่ห้องจะมีชาร์ตแผ่นใหญ่ๆ ติดไว้ค่ะ  มีชื่อของ น.ร.ทุกคน  ถ้าใครอ่าน ๑ เล่ม ก็ได้ดาวหนึ่งดวง (เหมือนกราฟแท่ง) แล้วทุกเดือน  เราก็มีการคุยกันถึงเล่มที่เด็กๆ นิยมอ่านกันมากที่สุด  รวมทั้งมีการให้รางวัล (เป็นหนังสือจากตะกร้าของครู - ให้เด็กเลือกเอง) สำหรับเด็กที่อ่านหนังสือมากด้วยค่ะ
 
รวมทั้งช่วงปิดเทอม ครูก็ให้สมุดบันทึก
"หนูรักหนังสือ" และ "ด่าว" ให้ น.ร.ไปติดให้ตัวเอง  โดยครูจะมีรางวัล (ประมาณว่า) ถ้าอ่านครบ ๑๐ เล่ม  หรือ ... เล่ม  น.ร.จะได้เป็นเจ้าของหนังสือ ๑ เล่ม (ที่ น.ร.จะเลือกเองค่ะ) 
 
อยากจะเสนอว่า "หนังสือหมุนเวียน" ต้องมีตอนช่วงปิดเทอมด้วยนะคะ  เพราะเด็กมีเวลามากกว่า โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดค่ะ
 
อือ...เขียนมายาวมากๆ ไม่ว่ากันนะคะ  คือ เห็นแล้วชื่นชมคนคิดทำน่ะค่ะ   อยากสนับสนุนมากๆ  ไอเดียเรื่องให้เด็กรักการอ่านนี่มากมายค่ะ
แล้วจะเขียนมาอีกนะคะ  ถ้าไ่ม่ว่ากัน
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๒๐:๑๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    โครงการหมุนเวียนเพิ่งเริ่ม
ครูอาจารย์ทั้งหลาย รวมทั้งเด็กๆ กำลังยุ่ง
เริ่มหายยุ่งเมื่อไหร่ หวังว่าในหน้าสนทนาของเว็บไซต์ระบบหนังสือหมุนเวียน
จะีข่าวสารมาจากแหล่งวิจัย หรือก็คือจากโรงเรียนต่างๆ ให้ชื่นใจกัน
   
       
    จากคุณ อาสาสมัครเล็กๆน้อยๆ - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๒๒:๓๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
     พรุ่งนี้จะมีหนังสือของโครงการวิจัย ไปยังโรงเรียนต่างๆ เต็มรถบรรทุกของผีเสื้อ ๑ คัน
   
       
    จากคุณ อาสาสมะครเล็กๆน้อยๆ - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๒๒:๓๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ถ้ามีโครงการ "ห้องสมุดเคลื่อนที่" ที่เป็นรถบรรทุกหนังสือ  ไปจอดให้เด็กๆ และ ผู้คนได้อ่านในถิ่นที่ต่างๆ (จอดเป็นรายวัน) คงจะดีเนอะ
 
วาดรูป  ทาสีให้เห็นจ๊าบๆ  พอขับไปถึงไหน  ก็เปิดเพลงสโลแกนประจำ (หนังสือคือ เพื่อน, การอ่านหนังสือดีเป็นโชคของมนุษย์, หนูรักหนังสือ ฯลฯ)  ทำแบบรถไอติม  ไปไหนคนก็รู้ว่า "มาแล้วจ้า"
 
ถ้าจะให้ช่วยเขียนเพลง  เขียนดนตรี  เืพื่องานนี้  ยินดีทำให้จ้า   (ลูกๆ และคนข้างเคียงเป็นคนดนตรีกันด้วยค่ะ)
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๔ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๔:๓๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    โฮ่ๆๆ ..ชอบไอเดียรถไอติมมากๆค่ะ เมื่อก่อนเคยเห็นรถห้องสมุดเคลื่อนที่ของกทม.มาแถวบ้าน คงจะดูเก๊าเก่ามั้งคนเลยไม่ค่อยสนใจ เดี๋ยวนี้ก็ไม่มาแล้ว
แต่คงต้องหาหนังสือบางๆหน่อยนะคะ แบบอ่านวันเดียวจบ ไม่งั้นเด็กคงวิ่งห้องไห้กระจองอแงตามรถ......
   
       
    จากคุณ คุณนายจอห์นสัน - [ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๕:๒๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    "" / คุณนายฯ คะ นี่เราก็นั่งกินไอติมอยู่ค่ะ  ชอบกิน  กินทุกวัน  เหมือนที่ชอบหนังสือ  อ่านทุกวันเหมือนกันค่ะ  เลยปิ๊งไอเีดีย (แบบโยงกัน) ว่า น่าจะมีโปรโมชั่น (ให้เด็กๆ) ถ้าอ่านหนังสือครบ ๑๐ เล่ม (หรือมาที่รถ ๑๐ ครั้ง)  จะได้กินไอติมฟรีน่ะค่ะ ๕ ๕ ๕  อาจจะฟังเป็นกลยุทธ์หน่อย  แต่ทำด้วยความตั้งใจดี (ที่อยากให้เด็กๆ รักการอ่าน) และคงใช้ได้ผลดีกับเด็กบางคนด้วยค่ะ        
       
    จากคุณ จั่น - [ ๗ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๗:๒๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
     
ว้าย...โพสท์แล้วอ่านไม่รู้เรื่อง  เป็นอะไรนี่
ลองส่งอีกที (ซ้ำกับ ข้อความ คห.๑๑ ค่ะ)
 
 
 
นี่เราก็นั่งกินไอติมอยู่ค่ะ ชอบกิน
กินทุกวัน เหมือนที่ชอบหนังสือ
อ่านทุกวันเหมือนกันค่ะ
เลยปิ๊งไอเีดีย (แบบโยงกัน) ว่า น่าจะมีโปรโมชั่น (ให้เด็กๆ) ถ้าอ่านหนังสือครบ ๑๐ เล่ม 
(หรือมาที่รถ ๑๐ ครั้ง) จะได้กินไอติมฟรีน่ะค่ะ ๕ ๕ ๕ อาจจะฟังเป็นกลยุทธ์หน่อย
แต่ทำด้วยความตั้งใจดี 
(ที่อยากให้เด็กๆ รักการอ่าน) และคงใช้ได้ผลดีกับเด็กบางคนด้วยค่ะ
 
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๗ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๗:๓๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ปิ๊งอีกค่ะ  ว่าน่าจะมีโครงการ "ร.ร.พี่ ร.ร.น้อง"
หรือ "ร.ร.ครอบครัว" น่ะค่ะ  คือ ร.ร.พี่ (ในเมือง)
จะช่วยส่งหนังสือ ให้ ร.ร.น้อง ใน ตจว.
มีการเขียน จ.ม. คุยกัน อย่างมิตรจ.ม.
ส่งรูป  เขียนถึงชีวิตประจำวัน ความชอบ
ชีวิต  กิจกรรม ฯลฯ รวมทั้งเรื่องหนังสือด้วย
แล้วพอปิดเทอม (ถ้าเป็นไปได้) น้องก็อาจจะมาเยี่ยมพี่ๆ ในเมือง
(พี่พาน้องไปดูหนัง  ไปเจเจ ไปพิพิธภัณฑ์เด็ก ฯลฯ)
หรือ พี่ๆ ก็อาจจะไปเยี่ยมน้อง ในตจว.
(ไปช่วยเกี่ยวข้าว  ทอผ้า ฯลฯ)
 
โดยมีหนังสือเป็นแก่นของความผูกพันค่ะ
(ฝันๆ ๆ ว่า สักวัน กระทรวงฯ จะเอาไอเดียนี้ไปทำอย่างจริงจัง   เคยเขียนเสนอกระทรวงฯ เมื่อ ๒๐ ปีก่อนด้วย  แต่ก็เงียบหายไปกับสายลม...)
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๗ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๗:๔๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
     
  
  
     
  เห็นด้วยกับไอเดียของคุณจั่นมาก ๆ ถ้าเพียงแต่เราช่วยกัน  
     
  จากคุณ ครูแวว - [ ๒๘ มิ.ย. ๒๕๕๒  ๐๘:๐๘ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    สนับสนุนด้วยหนังสือที่เลือกมาอย่างดี และเหมาะสหำหรับวัยของเด็ก
ประกอบด้วยการสนับสนุนของครูบรรณารักษ์ จัดกิจกรรมการอ่าน
ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่น่าจะให้ของแลกเปลี่ยน
เพราะจะก่อให้เกิดนิสัยติดสนินบนในอนาคต
ตามที่เราก็รู้ๆกันอยู่ว่าคนไทยทุกวันนี้มีนิสัยแบบนั้น จึงทำให้การเมืองของเราถดถอย
เพราะคนส่วนใหญ่ยังชอบของแจกของแถม
คุณครูต้องสอนให้เดิกรักหนังสือจริงๆ ชอบอ่านจริงๆ
อย่าชอบอ่านเพราะมีของแถม
 
   
       
    จากคุณ สำเภาไทย - [ ๗ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๙:๓๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    บางครั้ง หนังสือและบรรณารักษ์ดีๆ ไม่สามารถทำให้เด็กหันหน้ามาทางห้องสมุดได้ค่ะ
จึงต้องมีแรงจูงใจ (สำหรับเด็กบางคน บางกลุ่ม) บ้าง
 
เราเคยสอนที่ ร.ร. ในเขตยากจน  และมีปัญหามากๆ
พ่อแม่ส่วนใหญ่ไปทำงานต่างเมือง  เด็กๆ อยู่กันเอง
ไม่มีคนดูแลใกล้ชิด  ถูกอบายมุขดึงดูดไปได้ง่าย
(เด็กอนุบาล - ป.๖)  คณะครูและทาง ร.ร.ก็พยายามหากิจกรรมต่างๆ มาให้เด็กมี "ที่อุ่นใจ"
หนึ่งในนั้นคือ หนังสือ  ร.ร.เราทำอย่างนี้ค่ะ
- หนังสือทุกเล่มมีแต้มสะสมให้เหมาะกับวัย
เช่น  เรื่อง เมื่อคุณตา คุณยาย ยังเด็ก  สมมุติว่า
เด็กระดับ ป.๔ น่าจะอ่านรู้เรื่อง  ถ้าเด็กป .๔ อ่านได้
๑๐ แต้ม  เด็ก ป.๕ -๖ มาอ่าน ก็อาจจะได้แต้มน้อยลงไป  และถ้าเด็กเล็กกว่า เช่น
ป.๒ - ๓ มาอ่าน  ก็จะได้คะแนนมากขึ้น  และมีสมุดจดแต้มกันไว้ทุกคน  พอปลายปี
ก็มีงานวันประมูล  (ของที่เด็กๆ อยากได้ - แต่พ่อแม่
ไม่มีเงินซื้อให้  เช่นหนังสือ  ตุ๊กตา  สีเทียน  ซีดี
คูปองร้านอาหารที่เด็กๆ อยากไปกิน  วิทยุ  จักรยาน
ผ้าห่ม  กางเกงยีนส์  เป้ เสื้อยีด ฯลฯ - โดยคณะครูไปช่วยกันหาสปอนเซ่อร์มาค่ะ)
ทำอย่างนี้อยู่ ๔ ปี  แล้วก็เลิกโครงการวันประมูลฯไป
แต่ผลที่ได้ คือ วัฒนธรรมในการอ่านหนังสือของเด็กใน ร.ร. มาจนถึงทุกวันนี้ (ไอเดียนี้เริ่มใช้เมื่อ ๑๔ ปีที่แล้วค่ะ)
พวกครูเรียกว่า เป็นการ "จูงใจ" เด็กให้มาหาหนังสือ
แถมมีเด็กบางคน  ที่ส่งสมุด แต้มสะสม (ว่าอ่านหนังสือมาก) นี่ไปพร้อมกับใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัยด้วยค่ะ
 
โดยส่วนตัว  เชื่อว่า ที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้  เพราะคนบางกลุ่มไม่เข้าใจเรื่องหลักการประชาธิปไตย
และยึดประโยชน์ของตนเป็นหลักค่ะ (ความเห็นส่วนตัว)
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๘ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๕:๒๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ตะกี้ ลืมบอกไปค่ะ  ว่า ในวันประมูล  เด็กๆ เอาแต้มสะสม (ที่ได้จากการอ่านหนังสือ) มาใช้ (แทนเงิน) ซื้อของค่ะ  ประมูลกันใหญ่  สนุกสนานมาก  มีการโอนแต้มให้เพื่อนๆ บางคนด้วย  เด็กส่วนมากที่เป็นเด็กไม่เคยมี  ได้รู้สึกว่า "มี" ด้วยการ (ทำงาน) อ่านหนังสือค่ะ   ตอนปิดเทอมใหญ่  เราก็ยังทำโครงการนี้กันต่อ  โดยไปคุยกับทางห้องสมุด (ของเมือง) น่ะค่ะ
 
เรียกว่า เด็กๆ ได้อ่านหนังสือกันตลอดปี  และกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ในชีวิตของเด็กไปเลย  เห็นแล้วชื่นใจมากๆ ดีใจที่ได้ร่วมเป็นหนึ่งในกิจกรรมตรงนั้นค่ะ
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๘ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๕:๒๙ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    เราเคยเป็น (ข้าราชการครู) ใน ร.ร.ชาวเขา
และได้เริ่มทำห้องสมุดขึ้นมา ในบ้านพักครู
(แบบว่า ไม่มีที่น่ะ) พอเพื่อนๆ หรือ สนพ.ส่ง
หนังสือมาให้  เราก็ให้เด็กๆ จัดหมวดหมู่ จัดห้องสมุดตามใจ (เด็ก) เลยค่ะ  แม้ว่า จะไม่มีระเบียบ (ตามแบบที่ผู้ใหญ่ต้องการ) แต่เด็กๆ ได้เรียนรู้  ได้ภูมิใจ  ได้รู้สึกเป็นเจ้าของ  และ เด็กๆ ก็รู้ด้วยค่ะว่าหนังสือไหน อยู่ที่ไหน และทำไมจัดอย่างนี้   แถมยังไปชวนเพื่อนๆ และพ่อแม่พี่น้องมาเข้าห้องสมุดกันด้วยค่ะ
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๘ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๕:๓๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ประสบการณ์ของคุณจั่นสนุกดีครับ
คณะทำงานโครงการวิจัย คงจะได้นำมาพิจารณาเพื่อดำเนินงานต่อไป

ในอีกไม่นาน ก็จะมีการ"หมุนเวียนหนังสือ" ครั้งแรก

ภาพที่บันทึกไว้แต่เริ่มแรกก็คือ ในมุมห้องสมุดเล็กๆของโรงเรียน มีนิตยสารเก่าๆที่ได้รับบริจาค
นิตยสารเก่าๆมากมายเหล่านั้น ส่วนใหญ่เจ้าของเดิมไม่ต้องการแล้ว มีสภาพเป็นซาก
และเกือบทั้งหมดคืนนิตยสารดารา
   
       
    จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๘ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๖:๒๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    อยากให้ส่งเรื่องไปทางเว็บของสมาชิกด้วยก็ดีค่ะ
เพราะจะได้กระจายข่าวได้มากขึ้นและรู้ข่าวได้เร็วขึ้นด้วย
อยากช่วยมากๆๆค่ะ
   
       
    จากคุณ prinangle - [ ๑๖ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๒๐:๑๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
     
ดีค่ะดี ชื่นชมระบบนี้
ระบบที่ช่วยให้รัฐบาลแห่งชาติลำบากลำบนมากยิ่งขึ้น
เด็กๆ ผู้มีความรู้จะได้ไม่หลงเข้าไปในระบบแข่งกันเรียน เหยียบและเหยียดกันตาย
เด็กๆ ได้อ่านหนังสือ ได้เรียนบ้าง อย่างน้อยก็อาจจะมีทางเลือกในชีวิตมากกว่าเดิม จะได้ไม่ต้องเข้าระบบแรงงานอพยพที่หลายครั้งเด็กสาวก็กลายเป็น...ถูกหลอกให้ไปเป็น...อย่างน้อยการอ่านหนังสือก็อาจจะมีความคิดอ่านติดตัวไปด้วยบ้าง
ชื่นชมๆ และสู้ๆ นะคะ
ด้วยความเคารพ
   
       
    จากคุณ ณิชา หลีหเจริญกุล - [ ๑๗ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๓:๑๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    น่ารักดีค่ะ ไม่รู้ว่าคุณจั่นเห็นรึยัง
http://news.sanook.com/scoop/scoop_331121.php
 
   
       
    จากคุณ คุณนายจอห์นสัน - [ ๒๑ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๗:๑๙ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
   

เห็นด้วยโครงการนี้ค่ะ

เพราะว่าหนังสือนั้นเป็นรากฐานของความคิดที่ดีมาก

และการที่เด็กด้อยโอกาสนั้นไม่มีหนังสืออ่าน

น่าเสียดายนะคะถ้าหากมีเด็กอีกมากที่ขาดแคลนหนังสือ

โครงการนี้ทางภาครัฐควรมีส่วนช่วยให้มากที่สุดเลยค่ะ

เพื่ออนาคตของประเทศไทยจะได้มีคนที่ เก่งและดี เป็นกำลังของประเทศค่ะ

   
       
    จากคุณ littlegirl - [ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๗:๐๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ขอบคุณค่ะ  คุณนายฯ  ตามลิงค์เข้าไปดูแล้วค่ะ
น่ารักจริงๆ ด้วย  อยากให้มี "รถไอติม" อย่างนี้เยอะๆ จังค่ะ
 
ร.ร. (อนุบาล - มัธยมต้น) ในหลายๆ ประเทศ  จะมี reading log ให้เด็กๆ นะคะ
คือ  ปลูกฝังให้รักการอ่าน และส่งเสริมให้การอ่านเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่ง
อย่างเด็กอนุบาล - ป.๑ (ที่ยังอ่านเองไม่ได้) ได้แต่พลิกๆ ดูรูปภาพ (เด็กส่วนมากชอบนะคะ  ดูกํนเพลิน  ไม่ได้เปิดผ่าน ๆ ด้วย) ก็ให้เขียนว่าวันนี้ อ่านเรื่องอะไร (เด็กก็จะหัดลอกชื่อหนังสือ - ดีที่ได้เรียนรู้ตัวอักษรและฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก รวมทั้งทักษะ มือ/ตา)
พอ ป.๒ ขึ้นไปที่เริ่มอ่านได้  นอกจากชื่อเรื่องแล้ว  ก็เขียนว่า อ่านนานแค่ไหน (กี่นาที) สรุปเรื่องย่อ หรือเขียนความเห็นที่น่าสนใจ  
 
log นี้ทำเป็นตารางช่องๆ ให้เขียนง่ายๆ และส่วนมากมีรูปการ์ตูน หรือ คำคมที่น่าสนใจด้วยค่ะ
ส่งครูทุกวันศุกร์ อะไรอย่างนี้  แล้วครูก็ปั๊มดาวให้
และถ้าเด็กๆ อ่านเล่มเดียวกัน  ครูก็แนะให้จับกลุ่มคุยกันค่ะ
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๒๗ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๒:๒๙ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นต่างๆ ครับ
ในปลายเดือนมกราคม นี้ คณะทำงานจะเริ่มทดสอบระบบหมุนเวียนหนังสือครั้งแรก
นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างหนึ่ง

 
   
       
    จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๘ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๔:๐๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    จริงๆๆแล้วแต่ละโรงเรียนมีงบประมาณซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดแต่ไม่มากนักดังนั้นแต่ละครั้งซื้อหนังสือได้จำนวนไม่มากเพราะยิ่งซื้อภาพสวยๆหรือหนังสือภาพpop upจะราคาแพงมากเมื่อนำระบบหมุนเวียนหนังสือมาใช้ ให้หมุนเวียนกับโรงเรียนใกล้เคียงก็ดีค่ะเพราะบางทีเมื่อซื้อหนังสือมาแล้วสองถึงสามเดือนเด็กก็ไม่สนใจแล้ว เพราะอ่าน หรือดูรูปหมดแล้วกว่าจะได้หนังสือใหม่อีกก็ต้องรอปีหน้าที่จะได้งบจัดซื้อหนังสือมาใหม่ แต่ถ้าได้หมุนเวียนหนังสือกับโรงเรียนใกล้เคียงอื่นๆสักโรงเรียน 2 เดือนหมุนเวียนหนึ่งครั้งเด็กก็จะได้อ่านหนังสือใหม่ๆกันทั้งปีประกอบกับครูต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้เด้กมีนิสัยรักการอ่านเริ่มตั้งแต่อนุบาลน่าจะดีนะคะ    
       
    จากคุณ อ.พรทิพย์ ถ้วยงาม - [ ๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๒  ๒๒:๕๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ถ้าจะขอรายชื่อโรงเรียนจ.ราชบุรีที่เข้าร่วมโครงการวิจัยฯ มีโครงการจะนำนักเรียนไปทำค่ายบำเพ็ญประโยชน์ เพราะเป็นการพัฒนาห้องสมุดและจัดกิจกรรมค่ายรักการอ่าน สรรสร้างค์ปัญญา การนำความรู้จากหนังสือมาสร้างกิจกรรมต่าง ๆ จะขอบคุณมาก ๆ    
       
    จากคุณ ครูแวว - [ ๒๘ มิ.ย. ๒๕๕๒  ๐๘:๑๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
     
  
  
     
  โรงเรียนของครูแวว เด็กนักเรียนชั้นไหนครับ  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๘ มิ.ย. ๒๕๕๒  ๑๖:๔๓ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
  
     
  โรงเรียนในจังหวัดราชบุรี
ที่เข้าร่วมโครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียนในโรงเรียนขนาดเล็ก ได้แก่
 
๑.โรงเรียนวัดศาลเจ้า
๒.โรงเรียนวัดเกตุน้อย
๓.โรงเรียนวัดเหนือวัน
๔.โรงเรียนวัดคุ้งกระถินค่ะ
 
โดยวันที่ ๓๐ มิถุนายน โครงการวิจัยฯจะจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้แก่คุณครูบรรณารักษ์ของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการค่ะ
  
     
  จากคุณ นักวิจัยฝึกหัด - [ ๒๙ มิ.ย. ๒๕๕๒  ๑๗:๐๕ น. ] - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
 

แสดงความคิดเห็น :
สีพื้น :
ตำแหน่ง :
ชื่อผู้ส่ง :
   
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
การมีโอกาสอ่านหนังสือดี นับเป็นโชคของมนุษย์