ไม่ควรอ่านหนังสือกลางแสงจ้า เพื่อป้องกันดวงตาและถนอมสายตา
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > ระบบหนังสือหมุนเวียน : พูดคุยหนังสือหมุนเวียน > กระทู้
 
       
 
กระทู้
   
       
  เล่าเรื่อง "โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียน"    
       
  น่าแปลก---คำว่า "ระบบหนังสือหมุนเวียน" แพร่หลายมาตั้ง ๕-๖ ปี ในสื่อประเภทต่างๆ
ทั้งวิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ตลอดจนในการประชุมสัมมนาและสัมภาษณ์
แต่ฅนที่คิดว่า "เรื่องนี้น่าจะนำไปวิจัยว่าจะเป็นไปได้จริงหรือไม่" นั้น คือ ดร.ทางกายภาพบำบัด
 
   
       
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๐ พ.ย. ๒๕๕๑  ๑๙:๓๖ น. ]    
       
  แสดงความคิดเห็น | แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม | ส่งต่อให้เพื่อน | พิมพ์หน้านี้     
       

    ความคิดเห็นที่ ๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ก่อนหน้านี้ เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๓ ฅนไทย ๒-๓ ฅน ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม
เคยพยายามวิจัยเรื่อง หนังสือในห้องสมุดโรงเรียนประถมศึกษาของประเทศไทย
ใช้เงินส่วนตัว ว่าจ้างผู้ช่วยวิจัย ๒ ฅน ออกเดินทางไปยังโรงเรียนประถมศึกษา
ในภาคต่างๆ ของประเทศไทย  เพื่อหาข้อมูลนำมาประมวลให้เสมือนงานวิจัย

ปรากฏผล และตัวเลขที่น่าอัศจรรย์ใจหลายประการ และข้อหนึ่งก็คือ
โรงเรียนส่วนมาก มีหนังสือ(ที่มิใช่หนังสือเรียน)ของสำนักพิมพ์เพียงแห่งเดียว!!!
   
       
    จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๕ พ.ย. ๒๕๕๑  ๑๘:๑๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    การเก็บข้อมูลงาน(เสมือน)การวิจัยครั้งนั้น ยังความรันทด โศกเศร้า หดหู่ และสลดใจ
แก่ผู้ทำงานภาคสนามเป็นอันมาก และท้ายที่สุด อาจจะด้วยเหตุดังกล่าว
ผู้ทำงานภาคสนามฅนหนึ่ง ประชดความเป็นฅนไทยของเด็กไทย
เธอจึงอำลาไปแต่งงานกับชาวพม่าให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียเลย
---------------------------------------------------
เรื่องเล่าตอนนี้ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องหลัก แต่เป็นเกร็ดประชดประชันว่า

เมื่อนักวิชาการบางฅนจากส่วนกลาง จากเมืองหลวงของประเทศไทย
ได้เห็นข้อเท็จจริงที่ว่า ครูประถมศึกษาในประเทศนี้ส่วนใหญ่ รู้จักสำนักพิมพ์เพียงแห่งเดียว

ก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะไปเป็นฅนพม่าเสียให้พ้นๆ
 
   
       
    จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๕ พ.ย. ๒๕๕๑  ๑๘:๓๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    เธอผู้นั้นน่าจะได้มีโอกาสร่วมขบวนไปกับคณะวิจัยในวันนี้ เพื่อจะไปพบกับความจริงเล็ก ๆ ที่ว่า มีเด็กลูกหลานแรงงานชาวพม่าแอบซ่อนอยู่ในโรงเรียนประถมในภาคตะวันออกจำนวนไม่น้อย เด็ก ๆ เหล่านี้ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะปรากฏตัวเลขแสดงจำนวนบนแผ่นป้ายสถิติของโรงเรียน
เธออาจกลับไปขนหนังสือเด็กภาษาพม่ามาสมทบก็เป็นได้นะ
   
       
    จากคุณ ผู้ร่วมขบวน - [ ๒๗ พ.ย. ๒๕๕๑  ๑๕:๒๘ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    เป็นตลกร้ายจริงๆ
เคยไปอาสาสอนโรงเรียนวัดเล็กแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ
พุ่งไปดูห้องสมุดก่อนอันดับแรก ส่วนใหญ่ก็เป็นหนังสือนิทานตามที่เค้าอ่านๆกัน รองลงมาก็เป็นนิตยสารผู้ใหญ่คาดว่าได้รับการบริจาคมา
ก็แอบหวังว่าเด็กๆของชาติจะมีโอกาสได้อ่านวรรณกรรมเยาวชนดีๆกันทั่วหน้า
ป.ล การไปครั้งล่าสุด ๓ เดือนก่อนก็นำหนังสือของส.น.พ ผีเสื้อที่ตัวเองมีไปให้ด้วย
 
   
       
    จากคุณ ผีเสื้อเสฉวน - [ ๒ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๐:๕๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    มีข้อสงสัยค่ะ..
การนำหนังสือดีๆสักเล่มมาถ่ายสำเนาเย็บเล่มแจกห้องสมุดนี่ละเมิดลิขสิทธิ์มั้ยคะ? พอดีร้านแถวบ้านถ่ายหน้าละ๕๐สตางค์เท่านั้น
เคยถ่ายสำเนาพ็อคเก็ตบุคของห้องสมุดมหาวิทยาลัย (เพราะไปทำหนังสือเขาหาย  ) 
A4แผ่นหนึ่งจะถ่ายได้๒หน้า (ถ้าใช้๒ด้านก็เป็น๔หน้า) ทำแบบนี้มันจะถูกกว่าซื้อมั้ยคะ? เคยเห็นห้องสมุดร.ร.เก่าตัวเองก็ทำแบบนี้ คือมีเล่มจริงอยู่เล่มสองเล่ม นอกนั้นถ่ายสำเนา
แต่หนังสือที่ได้อาจจะไม่สวยดึงดูดเท่าของจริง 
   
       
    จากคุณ Mrs. Johnson - [ ๒ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๕:๕๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
       
       
    จากคุณ . - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๑:๕๗ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ต่อจากคห.๕
ที่ถามเนื่องจากได้นิยายเด็กดีๆมาหลายเล่ม เหมาะสำหรับเด็กประถมต้นๆ แต่เป็นภาษาอังกฤษ ก็คงไม่ยากเกินเด็กไทยประถมปลาย (สมัยนี้โรงเรียนรัฐบาลเริ่มเรียนอังกฤษกันตั้งแต่ป.๑ใช่มั้ย?)
หนังสือพวกนี้เก่าโทรมมาก คงไม่เหมาะนำไปบริจาค แต่เนื้อหาดีมีประโยชน์ในแง่คุณธรรม (นิยายเด็กๆคงไม่จำเป็นต้องไฮเทคล้ำสมัย ว่าไหมคะ?)
ปีหน้ากลับเมืองไทยจะลองเอามาถ่ายสำเนาเย็บเล่มแจกดูน่ะค่ะ เพราะสมัยเด็กๆจำได้ว่าตำราเรียนทั้งหลายจะไม่ค่อยอยากแตะ แต่ถ้าพวกหนังสืออ่านเล่นๆนอกเวลา ทั้งวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษจะอ่านได้อ่านดี ...
   
       
    จากคุณ คห.๕ - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๖:๐๘ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ความเห็นเรื่อง ถ่ายเอกสารหนังสือแจกเด็ก เพราะราคาถูก

เป็นเหตุผลข้อหนึ่งในบรรดา ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ การปฏิบัติ การพัฒนา เรื่องหนังสือ นับหมื่นนับแสนเรื่อง
ซึ่งทำให้บุคคลจำนวนหนึ่งทุ่มเทจนสุดชีวิต ถึงขนาดเข้าไปกลั้วกับรัฐบาล
เพื่อให้บังเกิดสิ่งที่เรียกว่า สถาบันหนังสือแห่งชาติ 

หากบังเกิดสถาบันหนังสือแห่งชาติขึ้นในประเทศไทยเมื่อ ๖ ปีก่อน บัดนี้ จะมีผู้มาอธิบายว่า

"หมึกถ่ายเอกสาร เป็นหมึกฝุ่น หมึกผง ส่วนประกอบสำคัญคือผงคาร์บอนด์ 
สำหรับถ่ายเอกสารเพื่อใช้ชั่วคราว เช่นเอกสารประกอบธุรกิจต่างๆ หรือเอกสารรีบด่วน
ไม่เหมาะแก่การนำมาใช้พิมพ์หนังสือให้เด็กอ่าน โดยเฉพาะเด็กเล็ก
ในหมึกถ่ายเอกสารนั้น นอกจากจะมีสารคาร์บอนด์เป็นส่วนประกอบสำคัญแล้ว ยังมีสารเคมีอื่นๆ
หากสูดเข้าปอดและสะสมกันมากขึ้น หรือนานเข้า อาจก่อมะเร็งปอด หรือระบบหายใจ"
และจะมีคำอธิบายต่อไปอีกว่า เหตุใดครูและผู้ปกครองจะต้องแนะนำเด็ก
ให้ล้างมือก่อนและหลังอ่านหนังสือ---
นี่เป็นเพียงเหตุผลประการเดียวใน ระบบหนังสือ ที่ผู้ปรารถนาดีทั้งหลายยังไม่ทราบ
และคิดว่า การถ่ายเอกสารหนังสือไปให้เด็กอ่านนั้นเป็นการทำกุศล และราคาถูกดี---
ยังไม่ต้องพูดถึงข้ออื่นที่เจ้าของความเห็นกังวลตั้งแต่แรก เช่น ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่
ในข้อสงสัย และความปรารถนาดี รวมทั้งความเห็นของความเห็นที่ ๕ เพียงข้อเดียว
มีคำตอบเกี่ยวกับหนังสืออันสำคัญอยู่นับสิบประการครับ
   
       
    จากคุณ มกุฏ อรฤดี - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๓:๑๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    "ให้ล้างมือก่อนและหลังอ่านหนังสือ"
เพิ่งเคยได้ยินนะคะนี่  ปกติ ก่อนจับหนังสือ หรือเครื่องดนตรี  เราก็จะล้างมืออยู่แล้ว  ด้วยความเคารพและเห็นคุณค่าในสิ่งนั้นๆ ค่ะ
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๓ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๙:๓๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ขอบคุณที่อธิบายได้ชัดเจนค่ะ เคยทราบเรื่องอันตรายของหมึกถ่ายเอกสารมาบ้างแต่มิทันได้คิดไกลไปถึงนี้น่ะค่ะ แค่ไปนึกถึงสำเนาหนังสือที่เคยเห็นในโรงเรียนเก่า รวมทั้งแผนกหนังสือเรียนเก่าๆที่หอสมุดแห่งชาติ
ตอนนี้เพิ่งนึกออกว่าหนังสือเหล่านั้นคงหาซื้อไม่ได้และกำลังสาบสูญไปแล้วกระมัง จึงต้องถ่ายสำเนาเก็บไว้แบบนี้..
   
       
    จากคุณ คห.๕ - [ ๔ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๖:๑๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมในมุมมองด้านกฎหมายนะคะ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ อนุญาตให้คนอาชีพหนึ่ง คือ บรรณารักษ์ สามารถทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ในจำนวนตามสมควรเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาได้ มีรายละเอียดในบทความเรื่อง กฎหมายลิขสิทธิ์กับหลักการใช้งานโดยธรรม ในงานของบรรณารักษ์ และนักสารนิเทศ โดย ศ.ดร.ไชยยศ เหมะรัชตะ ค่ะ ส่วนมุมมองของอาจารย์มกุฏนั้น ก็เห็นด้วยป็นอย่างยิ่งค่ะ เวลาที่จะทำซ้ำในงานเขียนใด ๆ ถ้าได้นำมุมมองทั้ง 2 ด้านมาพิจารณาประกอบกัน น่าจได้ข้อสรุปที่เหมาะสมสำหรับทุกฝ่าย
 
   
       
    จากคุณ ทิพภา - [ ๑๒ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๖:๓๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
   
ขอเสนอให้นำภาพถ่ายการดำเนินงานภาคสนามขึ้นเว็บด้วยค่ะ มีผู้สนใจอยากชม และอาจเป็นประโยชน์สำหรับการต่อยอดทางความคิดแก่วงการหนังสือและการอ่าน ขอบคุณมากค่ะ
   
       
    จากคุณ ทิพภา - [ ๑๒ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๑๖:๔๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ขอบคุณคุณทิพภาสำหรับข้อมูลนะคะ--เพื่อหนีปัญหาสารพิษและลิขสิทธิ์-ตอนนี้เลยหันมานั่งแต่งเอง--ปัญหาที่พบขณะนี้คือ..ยังไม่มีที่ไหนรับพิมพ์น่ะค่ะ....    
       
    จากคุณ คห.๕ - [ ๑๘ ธ.ค. ๒๕๕๑  ๐๕:๕๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    การสำรวจของคณะวิจัยตลอดเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา
ปรากฏว่า โรงเรียนสว่นมาก มีหนังสือบริจาคอยู่ในห้องสมุด
แต่หนังสือบริจาค มักจะเป็นหนังสือเก่า ช้ำ หรือนิตยสารประเภทดารา
จึงสงสัยกันว่า เจตนาของการบริจาคหนังสือ คืออะไรกันแน่
ต้องการช่วยเหลือเด็กขาดแคลน
หรือเพียงต้องการกำจัดหนังสือหรือนิตยสารที่ไม่ต้องการออกไปให้พ้นบ้านตน
 
   
       
    จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๘ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๔:๐๙ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
     เห็นด้วยกับความเห็นที่14ค่ะ ที่ว่าการโล๊ะหนังสือจากชั้นที่บ้าน อันเต็มปริตู้เกือบจะล้นออกมานอกตู้ ไม่มีที่เก็บแล้ว เอาไปบริจาคซะทีดีกว่า กับขนเอากองนิตยสารเก่าที่เต็มกอง เกลื่อนอยู่ที่บ้านยามกวาดถู ไปให้โรงเรียนเก็บไว้ เผื่อจะมีเด็กๆในห้องสมุดมาเปิดดูกัน  เป็นพฤติกรรมดาดๆของคนยุคใหม่สมัยนิยม เรียกว่าดีกว่าทิ้งไว้ชั่งกิโลขายจตุจักร
ทีนี้ จะทำให้หนังสือหมุนเวียนได้ก็ต้องมีการติดล้อกันใช่ไหมคะ เพราะว่า ล้อ จะทำให้หมุนไปได้
แล้วจะเวียนขวาหรือเวียนซ้าย ให้เป็นมงคล ดีล่ะ?
   
       
    จากคุณ เด็กเช็ดถูตู้หนังสือ - [ ๑๐ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๖:๐๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    บริจาคเป็นหนังสือทำมือได้ไหมคะ?    
       
    จากคุณ dhanitar - [ ๑๑ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๘:๓๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียน ไม่รับหนังสือบริจาคครับ
เพราะหนังสือที่เลือกนั้นต้องกำหนดเหมือนกันทุกโรงเรียน เพื่อเก็บผลวิจัย
อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณที่จะบริจาคหนังสือ---
แต่ หนังสือมือทำทีพิมพ์ด้วยวิธีถ่ายเอกสาร ไม่ควรบริจาคแก่เด็กครับ
เนื่องจากฝุ่นหมึกถ่ายเอกสาร มีสารก่อมะเร็ง เป็นอันรายต่อเด็ก
   
       
    จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๑๑ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๙:๕๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    ความเห็นที่ ๙ ครับ
ในระยะ ๒๐ ปีเศษมานี้ ได้มีการค้นคว้าวิจัยเรื่องมะเร็งผิวหนัง
นอกจากมีสาเหตุเนื่องจากแดด และสารเคมีหลายชนิดแล้ว ยังปรากฏว่า
หมึกพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ฅนเป็นมะเร็งผิวหนังและมะเร็งอื่นๆ

จึงควรแนะนำเด็ก ให้ล้างมือและเช็ดมือให้แห้งก่อนอ่านหนังสือพิมพ์ และหนังสือทุกชนิด
เพื่อมิให้คราบสกปรกที่ติดมือเปื้อนหนังสือหรือหนังสือพิมพ์

เมื่ออ่านหนังสือพิมพ์หรือหนังสือต่างๆเสร็จ ให้ล้างมือ เพื่อขจัดคราบหมึกพิมพ์ที่ติดมือ
เป็นวิธีหนึ่งในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหนังสือครับ
   
       
    จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๒ ม.ค. ๒๕๕๒  ๐๑:๐๘ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๑๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    หนังสือหมุนเวียนก็ดีนะคะ  เด็กๆๆได้อ่านหนังสือที่ใหม่ๆ  หลากหลายขึ้น  เมื่อนำมาแลกเปลี่ยนกัน  แต่หนังสือที่เด็กสนใจอ่านคือ  ภาพสวย  เรื่องสั้นๆๆ  ถ้าเป็นหนังสือระดับสูง  มีแต่ตัวหนังสือจะไม่อ่านเลย  หรือหนังสือที่มีภาพน้อยเด็กก็ไม่ค่อยอ่าน   จึงคิดว่าน่าจะจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการอ่านให้เด็กอ่านหนังสือระดับสูง  แต่ยังคิดไม่ออกว่าจาทำอย่างไรดี    
       
    จากคุณ อ.พรทิพย์ ถ้วยงาม - [ ๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๒  ๒๑:๕๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
   
ถึง...เด็กเช็ดตู้หนังสือ คห.ที่ ๑๕
อารมณ์ขันดีนะคะ
ชอบๆ ฮาได้อีก
   
       
    จากคุณ เด็กชนบท - [ ๑๐ ก.ค ๒๕๕๒  ๑๙:๕๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    เพิ่งเห็นหนังสือ "๑๐๐ วิธีช่วยให้ลูกอ่านเก่ง" 
เนื้อหาน่าจะช่วยให้พ่อแม่  ผู้ปกครอง ครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง
ได้ไอเดียที่จะช่วยให้เด็กอ่านออก  อ่านเป็น  จับใจความได้  รักการอ่าน และอ่านเก่งได้มากขึ้นค่ะ
   
       
    จากคุณ จั่น - [ ๑๒ ก.ค ๒๕๕๒  ๑๖:๐๘ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 
    ความคิดเห็นที่ ๒๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม    
   
   
    เป็นความใฝ่ฝันที่อยากจะร่วมมือด้วยค่ะ
ไม่ทราบว่าต้องติดต่อหรือดำเนินการอย่างไรคะ
เราเป็นเด็กในชนบท แต่โชคดีมีโอกาสเข้ามาเรียนในตัวเมือง เพราะคุณพ่อคุณแม่เป็นครู  เมื่อเข้าเมืองก็เห็นความแตกต่าง ทราบถึงความขาดแคลนโอกาสได้อ่านหนังสือดีๆ
เป็นความฝันค่ะ พอดีมีคุณแม่เป็นคุณครูที่น่าจะดำเนินการเรื่องนี้ด้วยได้ หากสะดวกอย่างไร ติดต่อ หรือให้ข้อมูลนะคะ phanpaphorn.phim@gmail.com
    0897573952 มีน
   
       
    จากคุณ มีนา - [ ๑๘ พ.ค. ๒๕๕๖  ๑๙:๔๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม    
 

แสดงความคิดเห็น :
สีพื้น :
ตำแหน่ง :
ชื่อผู้ส่ง :
   
 
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
หนังสือของผีเสื้อ มิได้ ผลิต แต่ทำด้วย หัวใจ