ไม่ควรอ่านหนังสือกลางแสงจ้า เพื่อป้องกันดวงตาและถนอมสายตา
  หน้าแรก   เฟซบุ๊คทั้งหลาย   หนังสือ   บทความ   ระบบหนังสือ   เกี่ยวกับผีเสื้อ   บันทึกถึงผีเสื้อ   ห้องสนทนา   โรงเรียนวิชาหนังสือ
  ดอนกิโฆเต้ฯ   ของเล่น   ของที่ระลึก   แผนที่เว็บ   คำถามเดิมๆ   นิตยสารหน้าจอ   สมัครสมาชิก   แก้ไขข้อมูลสมาชิก   สั่งซื้อหนังสือ
  หน้าแรก > ห้องสนทนา : ห้องบรรณาธิการต้นฉบับ > กระทู้
 
 
         
    กระทู้    
         
  ***ช่วยกันตั้งชื่อ "กระทรวง" ด้วย "คำศัพท์" ไม่ใช่ "คำอธิบายความ"***    
       
  เคยมีใครสังเกตบ้างไหมว่า ชื่อกระทรวงต่างๆ สมัยก่อน ล้วนสัน กระชับ ได้ความ คำไพเราะ

แต่ชื่อกระทรวงที่ตั้งขึ้นใหม่ในยุคหลัง ล้วนยืดยาว จนน่าสงสัยว่า ไม่มีใครคิด ตั้งชื่อ หรือไร

ที่จริง ชื่อ กับ คำอธิบายความหมายภารกิจ นั้นต่างกันมาก
แต่เมื่อได้ยินชื่อกระทรวงสมัยใหม่ ทำให้เข้าใจไปว่า กำลังฟังคำอธิบายภาระหน้าที่กระทรวงนั้นๆ

ลองดูตัวอย่างชื่อกระทรวงสมัยก่อน
กระทรวงสาธารณสุข ถ้าเป็นกระทรวงที่ตั้งในสมัยรัฐบาลที่ชอบใช้เงินเปลือง
ก็อาจจะใช้ชื่อว่า กระทรวงบำบัดรักษาและป้องกันโรคภัยผู้เจ็บป่วยอย่างทั่วถ้วนทุกคน


หรือ กระทรวงมหาดไทย
ก็อาจจะได้ชื่อว่า กระทรวงดำเนินงานระบบข้อมูลประชาชนและดูแลความสงบในประเทศ

เช่นเดียวกับที่เราได้กระทรวงจากการใช้จ่ายเงินมหาศาลเหล่านี้ คือ
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

อยากให้ลองมาร่วมสนุก ตั้งชื่อกระทรวงยืดเยื้อยืดยาดเหล่านี้เสียใหม่
เพื่อเวลาพูดถึงกระทรวงเหล่านี้ จะได้รู้ทันที และเป็นการตั้งชื่อที่ใช้ คำ หรือ ชื่อ 
ไม่ใช่ คำอธิบายความหมายภารกิจ

ลองช่วยกันคิดนะครับ เพราะการตั้งชื่อกระทรวงสั้นๆ จะช่วยลดโลกร้อนได้ทางหนึ่ง
อีกทั้งช่วยประหยัดเงินตราประเทศชาติด้วย
   
       
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๑ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๓:๒๑ น. ]    
       
  แสดงความคิดเห็น | แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม | ส่งต่อให้เพื่อน | พิมพ์หน้านี้     
         
         

  ความคิดเห็นที่ ๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งชื่อเป็น กระทรวงประชาบาล
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งชื่อเป็น กระทรวงธรรมชาติ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งชื่อเป็น กระทรวงนันทนาการ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตั้งชื้อเป็น กระทรวงสารสนเทศ
น่าจะดีนะครับ
  
     
  จากคุณ พิมพ์เอก - [ ๒๓ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๔:๒๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  สงสัยว่า การตั้งชื่อกระทรวงสั้นหรือยาว มันเกี่ยวกับการลดโลกร้อน หรือช่วยให้ประหยัดตรงไหน  
     
  จากคุณ จื้ออูลาเต๊ะ - [ ๒๓ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๓:๓๐ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  
จื๋ออูลาเต๊ะ---ชื่อน่ารักดี ถ้าฟังจากเสียงภาษาไทย แต่แปลว่าอะไรไม่ทราบ

ที่บอกว่าถ้ากระทรวงชื่อสั้น จะช่วยลดโลกร้อนและประหยัดนั้น ขอยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น

เวลาทำป้ายประกาศต่างๆ ถ้าต้องเขียนตัวอักษรมากๆหลายตัว ค่าทำป้ายแพง
เพราะต้องใช้หมึกเยอะ ใช้สีมาก กินเนื้อที่ป้ายมาก ใช้เวลามากกว่าชื่อสั้นๆ
ขณะเดียวกัน คนทำป้ายก็ใช้แรงงานมาก สูญเสียทรัพยากรมากกว่า ทุกครั้งไป

พูดกันอย่างติดตลก เวลาออกชื่อกระทรวงยาวๆ ต้องใช้พลังงานในการออกเสียงมาก
เป่าลมร้อนออกมาทางปากเยอะ สู้ประหยัดถ้อยคำไว้พูดสิ่งสำคัญเรื่องอื่นดีกว่า
กรณีหลังออกจะเป็นเหตุผลกวนๆ แต่จริง---
เพราะถ้าชื่อยาว กว่าจะเอ่ยชื่อจบ ฅนอื่นเขาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
ที่สำคัญคือ ฅนในกระทรวงเองอาจจะจำชื่อกระทรวงของตัวเองไม่ได้
เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
หรือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ถ้าไม่ได้นั่งอยู่หน้าจอ ก็ไม่แน่ใจว่าชื่อไหนถูก
  
     
  จากคุณ บรรณาธิการฝึกหัด - [ ๒๔ ม.ค. ๒๕๕๒  ๑๕:๐๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
   กระทรวง :-
 
-พักผ่อนหย่อนใจ
-เพื่อนวัตกรรมใหม่
-ห่วงใยเพื่อนมนุษย์
-หยุดผลาญทรัพยากร
 
แถมภารกิจไปนิด ไม่ว่ากัน..
(ปล.นี่ให้ตั้งกันเล่นๆหรือเอาจริงคะ)
 
  
     
  จากคุณ คุนนายฯ - [ ๒๕ ม.ค. ๒๕๕๒  ๐๔:๕๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 
  กระทรวงพลพิพัฒน์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  
  กระทรวงธรรมชาติบูรณา

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 
 
 กระทรวงนันทนทัศนา
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
   กระทรวงสารสนเทศ

กระทรวงที่มีคำว่าและอยู่ในชื่อ เมื่ออ่านมักจะถูกเปลี่ยนและแทรก ตรงคำว่า และ เป็น และก็ และก็นะคะ และก็นะครับ
ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็น่าจะเปลี่ยนด้วย เป็น 
   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรเปลี่ยนด้วย
เป็น กระทรวงเกษตรกรรม
  
     
  จากคุณ dhanitar - [ ๒๖ ม.ค. ๒๕๕๒  ๒๐:๐๘ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๖ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ความเห็นของคุณนายฯ ที่ตั้งชื่อว่า "กระทรวงเพื่อนวตกรรมใหม่" น่าสนใจ
 
แต่ขอทำความเข้าใจเรื่องความหมายของศัพท์  "นวตกรรม" นั้น แปลว่าใหม่อยู่แล้ว

"กระทรวงนวตกรรม" 
น่าจะเป็นกระทรวงที่ควรตั้งขึ้นในอนาคต
เพื่อส่งเสริมและจัดการเรื่องการคิดค้นประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆในด้านต่างๆ
ประเทศเราไม่ค่อยคิดแนวทางนี้

คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า นวตกรรม คือเรื่องเกี่ยวกับเครื่องจักรเครื่องกล
แต่ นวตกรรม นั้นเกี่ยวข้องกับทุกอย่าง ทั้งการเกษตร ธรรมชาติ และชีวิตมนุษย์
แม้แต่ประเทศที่เจริญก้าวหน้าด้านสมัยใหม่ เขาก็เน้นนวตกรรมธรรมชาติ

ตอนนี้ประเทศออสเตรเลียเริ่มคิดแล้วว่า จะหาทางป้องกันไฟป่าได้อย่างไร
 
ต่อไปประเทศไทยก็ต้องคิดเรื่อง มวลพิษเนื่องจากของใช้สมัยใหม่
(ไม่ใช่มลพิษ หรือมลภาวะ แต่มันขยายไปไกลกว่านั้น)
จำพวกสารพิษจากคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  
     
  จากคุณ บัวปริ่มน้ำ - [ ๑๓ ก.พ. ๒๕๕๒  ๐๓:๓๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๗ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ขอแก้คำผิด นวัตกรรม  
     
  จากคุณ บัวปริ่มน้ำ - [ ๑๓ ก.พ. ๒๕๕๒  ๐๓:๓๘ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๘ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  แก้ใหม่-
กระทรวงนวัตกรรมสื่อสาร
!!...
  
     
  จากคุณ คห.๔ - [ ๑๕ ก.พ. ๒๕๕๒  ๐๘:๑๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๙ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  น่าจะมีกระทรวงการพนัน สำหรับดูแลการออกสลากต่างๆ หรือจะเรียกว่า กระทรวงสลาก
เช่น
สลากกินแบ่งรัฐบาล
สลากใต้ดิน
สลากออมสิน
สลากการกุศล
สลากบำรุงอะไรต่อมิอะไรทั้งหลาย
  
     
  จากคุณ ดีเนอะ - [ ๑๖ ก.พ. ๒๕๕๒  ๒๑:๔๖ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๐ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ๑. กระทรวงเพื่อนมนุษย์
๒. กระทรวงธรรมชาติ
๓. กระทรวงสันทนาการ
๔. กระทรวงสารสนเทศ
 
  
     
  จากคุณ kassie155 - [ ๑๗ ก.พ. ๒๕๕๒  ๒๓:๒๕ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๑ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  กระทรวงมนุษยการ
กระทรวงการอนุรักษ์

กระทรวงสาระและการบันเทิง
กระทรวงการไปรษณีย์และประชาสัมพันธ์
 
มีควบรวมด้วย
 
ถ้าได้ จริงทำไปทำมา ประเทศนี้มีแค่สี่กระทรวงนี้ก็เหลือเฟือพอแล้ว
  
     
  จากคุณ วานร - [ ๒๔ ก.ค ๒๕๕๒  ๑๓:๕๔ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๒ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  คะ ถือว่าไม่ไร้สาระ  
     
  จากคุณ namol - [ ๑๓ ส.ค. ๒๕๕๓  ๒๒:๓๓ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๓ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
   I really this idea of the novice editor...!  
     
  จากคุณ Tawat Tripipat - [ ๑๑ พ.ย. ๒๕๕๓  ๑๕:๒๑ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๔ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
   I really like this idea of the novice editor..!
พิมพ์ verb ตกไปน่ะครับ 
  
     
  จากคุณ ธวัช ไตรพิพัฒน์ - [ ๑๑ พ.ย. ๒๕๕๓  ๑๕:๒๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 
  ความคิดเห็นที่ ๑๕ - แจ้งความเห็นไม่เหมาะสม  
     
  ประเทศไทยบ้าบอกับการมีกระทรวง เหตุเดียวคือเพื่อแบ่งเค้กให้สมาชิกพรรคผู้เป็นนายทุนจะได้มีหน้ามีตา อาทิ กระทรวงคมนาคม ฟังดูแล้วก็ทราบว่าคงแผลงมาจาก communication ดังนั้น มันก็ควรควบเอาการติดต่อสื่อสารของคนทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ทางโทรเลข โทรศัพท์ โทรจิต อะไรก็แล้ว มันก็ควรมีกระทรวงเดียวอยู่แล้ว ดันดัดจริตเพิ่มเข้าไปได้ตั้งมากมาย สรุปรวมก็คือว่า ชื่อกระทรวงยาวนั้นมันไม่ควรยาวก็จริงอยู่ แต่ลึกๆ แล้ว มันไม่ควรบ้ามีกระทรวงมากมายเพื่อตามใจนักการเมืองที่กลัวไม่มีอะไรจะเขียนลงหนังสืองานศพแต่แรกด้วยซ้ำ  
     
  จากคุณ ห้อยโหน - [ ๙ ม.ค. ๒๕๕๕  ๑๙:๓๒ น. ] - ความคิดเห็นเพิ่มเติม  
 

แสดงความคิดเห็น :
สีพื้น :
ตำแหน่ง :
ชื่อผู้ส่ง :
       
     
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ ๕/๔ ถนนสุขุมวิท ซอย ๒๔ กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๖๖๓ ๔๖๖๐-๒
ฅนไทย แปลว่า รู้อ่าน รู้คิด รู้ทำสิ่งดี