ทฤษฎีการแปล
   
  ขณะนี้ต้องช่วยงานตรวจต้นฉบับของนักแปล
ของบริษัทแปล เนื้อหาเกี่ยวกับการตลาดและเทคโนโลยี
มีปัญหาเล็กน้อย คือหลายครั้งแก้ไขงานไม่ได้  เพราะเจ้าของงานที่เราช่วยเขาเป็นชาวต่างชาติ และเข้าใจว่าเพียงแค่ เป็นคนไทย พูดภาษาไทยได้ ก็แปลได้ ตรวจได้ 
เมื่อเราแนะไป ขอให้แก้ไข เขาก็เอาไปให้คนไทย ที่พูดภาษาไทยได้อีกคนอ่าน และเมื่ออยู่ในขั้น"รับได้"เขาก็ไม่พิจารณาปรับแก้
บางทีต้องวิเคราะห์การใช้ภาษาไทยให้คนไทยด้วยกันฟัง
บางคนก็อ้างว่าเรียนมา ครูสอนมา 
บางคนก็อ้างทำงานมา บริษัทเก่าทำแบบนี้
บางคนก็อ้างน้ำเสียงของภาษาต้นฉบับ มันหวือหวา โดยแยกไม่ออกว่าความถูกต้องกับน้ำเสียงเป็นคนละประเด็น ต้องพิจารณาทั้งคู่ แต่ต้องแยกกัน
แต่ที่เป็นปัญหาที่ยากยิ่งกว่าการอธิบายให้คนไม่ทราบก็คือ การคุยกับคนที่ทราบ ยิ่งผู้ที่เรียนเอกวิชาการแปลมา มักอ้างว่าทฤษฎีการแปลที่เขาใช้ไม่เหมือนกับเรา และเราไม่เข้าใจ 
ทฤษฎีการแปลที่ต่างกัน มีอิทธิพลต่อการแปลมากไหมคะ 
หากไม่ได้เข้าชั้นเรียนวิชาการแปล
จะศึกษาเองได้ไหมคะ
 
เข้าใจว่ามีหลายคนที่คลางแคลงใจเกี่ยวกับทฤษฎีการแปลต่างๆพอสมควร  อ่านจากในเน็ตแล้วพบกระทู้หนึ่ง เอามาฝากค่ะ 
(หากเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะแปะลิงก์ที่นี้
ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ)
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K6082336/K6082336.html
ขอบพระคุณค่ะ
  จากคุณ kay - [ ๒๕ ธ.ค. ๒๕๕๐  ๑๕:๕๒ ?. ]

?????????????? ๐
  
 อย่างที่กล่าวกันว่า
“บรรณาธิการต้นฉบับ เป็นศาสตร์และศิลป์ เหมือนการสอนวาดรูป เราสอนเรื่ององค์ประกอบศิลป์ได้ สอนเรื่องกายวิภาคได้ สอนเรื่องทฤษฎีสีได้ แต่เมื่อลงมือวาดรูปจริงๆ กลับเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลที่ต้องเรียนรู้เอง เป็นเรื่องของความรู้สึก รสนิยมของคำ ที่สอนกันไม่ได้ และบางครั้งเหมือนเส้นผมบังภูเขา ในที่สุดทฤษฎีไม่มีความหมาย วันหนึ่งเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น แก่กล้ามากขึ้น จะรู้เอง” 
การแปลก็อยู่ในข่ายเดียวกัน อาจเรียกว่าเหมือนกันด้วยซ้ำ
หรือจะคล้ายๆกับ
"เมื่อพาเขาข้ามฟากมาแล้ว  ครั้นถึงเวลาต้องพากลับไป ก็ควรให้เขากลับไปในสภาพใกล้เคียงฅนเดิม  และเมื่อยังอยู่ฝั่งนี้ ก็ให้อยู่โดยจำได้ว่าเป็นตัวเขา ไม่ว่าฅนฝั่งนี้หรือฅนฝั่งโน้นเห็น  อย่าไปเปลี่ยนหน้าตา ถ้อยคำน้ำเสียง วัฒนธรรม ตลอดรวมถึงเชื้อชาติและสัญชาติของเขา"
แล้วก็มีคำอธิบายตามหลังว่า คือการคงกลิ่นนมเนยของต้นฉบับนั่นเอง
ทฤษฎีการแปล มีอิทธิพลต่อการแปลแน่นอนค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทฤษฎีแปลจะช่วยให้ผลงานแปลดี หากผู้แปลขาดความรู้ความสามารถด้านอื่นๆด้วย
แล้วยังแขนงของการแปลอีก บทความวิชาการ บทความสลากยา โพยขายของ หรือวรรณคดีเก่า วรรณคดีใหม่
ยกทฤษฎีข้ามโรงเรียนข้ามคูมาเถียงกันก็รังแต่จะเคืองกัน
ไม่ได้ตามไปอ่านกระทู้ที่ลิงก์มา ก่อนจะตอบข้อความนะคะ เพราะไม่อยากให้กลายเป็นเสวนาข้ามบ้าน เดี๋ยวเสียงโฉ้งเฉ้งเกินไป 
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
  
 ?????? นางสาวนิตยา - [ ๑ ม.ค. ๒๕๕๑  ๑๕:๔๓ ?. ]
  


?????????????? ๐
  
 ขอบพระคุณมากค่ะ
ทีนี้นึกออกแล้วล่ะค่ะว่า ไม่ว่าทฤษฎีใดก็ตาม
สิ่งที่ต้องไม่ต่างไปจากการอ่านภาษาต้นทางก็คือ
ความรู้สึก และเสียงในสมองที่เกิดขึ้นเวลาอ่าน
บางครั้งการตัดสินใจเรื่องที่ยากที่สุด 
ก็เพียงแค่ใช้วิธีง่ายๆ เช่นความรู้สึก :)
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
  
 ?????? kay - [ ๑๒ ม.ค. ๒๕๕๑  ๒๒:๕๕ ?. ]
  


?????????????? ๐
  
 จะไปว่าใช้"ความรู้สึก"อย่างเดียว ก็ไม่ได้อีกแหละนะคะ
ไม่งั้นเขาคงไม่สอนเรื่องการแปลจนถึงปริญญาเอกหรอกกระมังคะ
"ความรู้สึก"ที่ยกมากล่าวถึง เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง ที่ต้องมีความรู้อย่างอื่นจนเก่งแก่กล้าแล้วน่ะคะ
สังเกตไหมคะว่า บรรดาครูอาจารย์เก่งๆ เขาแทบจะไม่เปิดตำราสอน
เพราะทฤษฎีคงอยู่ในสายเลือดของท่านเสียแล้ว
จนบางทีเรา"รู้สึก"ว่า ครูอาจารย์เหล่านั้นท่านสอนไปตาม"ความรู้สึก" หรือเปล่านะ
  
 ?????? นางสาวนิตยา - [ ๑๕ ม.ค. ๒๕๕๑  ๒๑:๒๙ ?. ]